นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้106
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้136
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้242
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว947
mod_vvisit_counterเดือนนี้2411
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด777970

Your IP 103.55.140.129
Today: 18 มิ.ย. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

รายงานสถานการณ์ไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ของประเทศบราซิลประจำปี 2006 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:13 น.

รายงานสถานการณ์ไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ของประเทศบราซิลประจำปี 2006
(Brazil Poultry and Products Annual Poultry Report 2006)

Image

รายงานโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ
รายงาน ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2549

  • ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการผลิตและการส่งออกเนื้อไก่ของบราซิลขยายตัวเพิ่ม ขึ้น แต่ในปัจจุบันการผลิตและการส่งออกเนื้อไก่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากระบาด ของโรคไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นทั่วโลก  การแข็งตัวของค่าเงินเรียลและปัญหาทางด้านสุขภาพของสัตว์ในแต่ละพื้นที่  อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าการผลิตและการส่งออกจะฟื้นตัวในปี 2007 โดยการผลิตและการส่งออกจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และ 2 ตามลำดับ ความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงมีอยู่เป็นจำนวนซึ่งคาดว่าจะเป็น ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการขยายตัวการส่งออกในปีถัดไป
  • สถานการณ์โดยรวม
                 การผลิตไก่เนื้อในปี 2007คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เนื่องผู้บริโภคภายในประเทศมีอำนาจซื้อสูงขึ้นประกอบมีการแข่งขันราคากับ เนื้อสัตว์ชนิดอื่นและความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นจึงทำให้ปริมาณ การส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้นไม่มากนัก  สำหรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกอบการคาดว่าจะลดลงในปี 2007 เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการในปี 2006 เนื่องจากค่าเงินของบราซิลแข็งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าต้นทุนค่า อาหารสัตว์จะสูงขึ้น  ผู้ส่งออกเนื้อไก่ของบราซิลกังวลเรื่องอัตราภาษีที่เปลี่ยนแปลงของกลุ่ม สหภาพยุโรปซึ่งเป็นการจำกัดปริมาณการนำเข้าเนื้อไก่แปรรูป โดยคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกเนื้อไก่งวงด้วย
  • สถานการณ์การผลิต  
              
    การผลิตไก่เนื้อในปี 2007 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 โดยมีปัจจัยที่มีผลกระทบที่สำคัญดังนี้
               1.ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกในปีที่ผ่านมา
               2.ความต้องการบริโภคภายในประเทศมีเพิ่มขึ้น และ
               3.ความพยายามในการดำเนินนโยบายทางด้านการตลาดและมาตรการทางการเงินโดยรัฐบาลบราซิลเพื่อพัฒนาตลาดแหล่งใหม่   
               อย่างไรก็ตามการปฏิบัติตามข้อบังคับทำให้มีการคาดการณ์ว่าผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมไก่เนื้อในบราซิลได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนในปี 2007 โดยผลกระทบมีดังนี้
                1.มีการคาดการณ์ค่าเงินของบราซิลอย่างต่อเนื่องประกอบกับอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศเพิ่มขึ้น
                2.คาดการณ์ว่าต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลผลิตถั่วเหลืองและข้าวโพดมีปริมาณลดลง
                3.ความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดใหม่ในสหภาพยุโรปซึ่งจะทำใหปริมาณการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปไปยังตลาดเดิมมีปริมาณลดลง
                 หลังการแก้ไขตัวเลขการผลิตเนื้อไก่ในปี 2006 โดยปริมาณการผลิตลดลงเหลือ  9.3 ล้านตัน ซึ่งลดลงจากปี 2005 ลดลงร้อยละ 1 โดยปริมาณการผลิตเนื้อไก่ในปี 2005 มีจำนวน 9.4 ล้านตัน สำหรับปริมาณการผลิตเนื้อไก่ที่ลดลงในปี 2006 มีการอ้างว่าประเทศคู่ค้าที่สำคัญระงับการนำเข้าเนื่องจากปริมาณผู้บริโภค เนื้อไก่ในตลาดโลกลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการระบาดของโรคไข้หวัดนก  อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าปริมาณการผลิตในปีนี้จะลดลงแต่ความต้องการบริโภคภายใน ประเทศยังเพิ่มขึ้นเนื่องจากเนื้อไก่แช่แข็งมีราคาขายปลีกที่ถูกลงทำให้ บราซิลหันมาสนใจตลาดในประเทศแทนตลาดต่างประเทศ
                  ประมาณร้อยละ 97 ของปริมาณการผลิตเนื้อสัตว์ปีกทั้งหมดของบราซิลเป็นการปริมาณการผลิตเนื้อ ไก่ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 3 เป็นปริมาณการผลิตเนื้อไก่งวงซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับแหล่งข้อมูลการค้าต่างประเทศ ที่คาดว่าในปี 2006 ปริมาณการผลิตชิ้นส่วนเนื้อไก่คิดเป็นร้อยละ 58 ของปริมาณการผลิตไก่เนื้อทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 42 เป็นการผลิตเนื้อไก่ทั้งตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์ใหม่ในการแปรรูปซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับ สินค้าโดยเปลี่ยนจากการเพิ่มมูลค่าให้กับเฉพาะบางชิ้นส่วนมาเป็นการเพิ่ม มูลค่าให้กับเนื้อไก่ทั้งตัว  ซึ่งเป็นผลให้การส่งออกชิ้นส่วนเนื้อไก่ชำแหละและเนื้อไก่แปรรูปของบราซิล เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนสามารถเปิดตลาดใหม่ได้สำเร็จ เช่น ตลาดซาอุดิอาระเบีย ที่ยังคงชอบเนื้อไก่ทั้งตัว
    การรวมตัวของอุตสาหกรรม
                
    ผู้ประกอบการเนื้อไก่แปรรูปรายใหญ่ในบราซิล จำนวน 10 ราย มีปริมาณของไก่เนื้อที่เข้าโรงฆ่ารวมกันคิดเป็นร้อยละ 52 ของปริมาณของไก่เนื้อที่เข้าโรงฆ่าทั้งหมด และมีปริมาณการส่งออกรวมกันคิดเป็นร้อยละ 79 ของปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ทั้งหมด ของบราซิล ซึ่งผู้ประกอบการเนื้อไก่แปรรูปบางรายยังเป็นผู้ส่งออกเนื้อสุกรรายใหญ่ ของบราซิลด้วย ทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาดและต้นทุนการผลิตทางด้านอาหารลดลง มีการรวมตัวของผู้ประกอบการผลิตกันอย่างเหนียวแน่นในระบบการผลิตไก่เนื้อ ของบราซิล
                 ตารางแสดงรายชื่อบริษัทแปรรูปเนื้อไก่รายใหญ่ของบราซิล
    Image
  • ปัจจัยการผลิต
                 ตารางแสดงจำนวน PS. และลูกไก่เนื้ออายุ 1 วัน ในประเทศบราซิล
    Image
    หมายเหตุ : จำนวน PS.ไก่ไข่เป็นจำนวนเฉลี่ยรายเดือน
    ที่มา : APINCO / UBA
  • ต้นทุนการผลิต
                  บริษัทผู้ผลิตไก่เนื้อทั้งหมดในบราซิลมีต้นทุนการผลิตที่แตกต่างกันออกไป  ในช่วงครึ่งแรกของปี ต้นทุนการผลิตไก่เนื้อลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้เฉลี่ยกิโลกรัมละ1.37 เรียล เหลือกิโลกรัมละ 1.2 เรียล (น้ำหนักไก่เนื้อมีชีวิต) หรือลดลงร้อยละ 12.4 ซึ่งต้นทุนการผลิตโดยเฉลี่ยลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อัตราการแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2006เท่ากับ 2.19 เรียลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่อัตราการแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2005 เท่ากับ 2.53 เรียลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ  คาดการณ์ว่าต้นทุนทางด้านอาหารสัตว์จะเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีการเพาะปลูก 2006/07(1 ตุลาคม 2006 –30 กันยายน 2007 ) ทั้งข้าวโพดและถั่วเหลืองมีปริมาณผลผลิตเพียงเล็กน้อย รัฐบาลบราซิลยังคงมีนโยบายในการการจ่ายเงินอุดหนุนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพืช ผลทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือทางด้านต้นทุนการผลิต
                  ตารางแสดงต้นทุนการผลิตไก่เนื้อและราคาขายส่งเนื้อไก่แปรรูปพร้อมปรุง ข้าวโพดและกากถั่วเหลือง
    Image
  • สถานการณ์การระบาดของโรค
                  ตั้งแต่มีการระบาดของโรคไข้หวัดนกในเอเชีย รัฐบาลบราซิลให้การสนับสนุนให้แก่สภาการพัฒนาสัตว์ปีกและสุกรเพื่อดำเนิน มาตรการในการป้องกันไม่เกิดโรคไข้หวัดนกในบราซิล  รวมทั้งข้อบังคับทางด้านสุขภาพของสัตว์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสุขภาพ สัตว์ปีกแห่งชาติ  มาตรการการป้องกันหลายๆอย่างถูกนำมาใช้ เช่น การเข้มงวดในการควบคุมที่ท่าเรือและท่าอากาศยานสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ ที่เดินทางมาจากเอเซีย ห้ามการนำเข้าข้าวเปลือกจากประเทศในแถบเอเชีย ห้ามผู้ที่เดินทางมาจากเอเชียเดินทางเข้าไปในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกของบราซิล และข้อกำหนดใหม่สำหรับการนำเข้าสัตว์ปีกเช่น การนำเข้าลูกไก่อายุ 1 วัน
                 นโยบายในปัจจุบันส่วนใหญ่สนับสนุนการควบคุมสุขอนามัยสำหรับสัตว์ปีกในแต่ละ รัฐ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ก่อนปี 2007 ก่อให้เกิดสนธิสัญญาระหว่าง 6 รัฐจากเขตภาคใต้ทางตอนกลางของบราซิล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดสำหรับการขนส่งนก ไข่ไก่และผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกอื่นๆและส่วนที่เหลือใช้จากผลิตภัณฑ์เพื่อนำไป สู่รัฐทางตอนกลางของบราซิลซึ่งเป็นเชิงพาณิชย์
                 รัฐบาลบราซิลได้ประกาศเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2006 และมีคำสั่งที่ 17 ให้ตั้งโครงการป้องกันและการควบคุมไข้หวัดนกและการป้องกันโรคนิวคาสเซิลแห่ง ชาติ  ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลทางการค้าระหว่างประเทศ ปัญหาที่สำคัญในการดำเนินตามคำสั่งที่ 17 คือการขาดเงินทุน ซึ่งรัฐบาลบราซิลให้สัญญาว่าจะจัดสรรเงินสำหรับการดำเนินงานในโครงการดัง กล่าวจำนวน 130 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่วันที่ 30 สิงหาคม กองทุนยังไม่มีการดำเนินการใดๆ  ในปี 2002 บราซิลได้จัดตั้งโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศอาร์เจนตินาและปารากวัยใน เรื่องการแจ้งเตือนการอพยพของนกจากขั้วโลกใต้  ตั้งแต่ปี 2003 โครงการนี้ได้แจ้งเตือนและทดสอบนกในการตรวจหาไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดนก ซึ่งโครงการนี้เป็นการร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงสิ่งแวดล้อม
                 มี 2 กรณีสำหรับโรคนิวคาสเซิลซึ่งได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีการระบาดของโรค นิวคาสเซิลในบราซิลในปี 2006 และได้แจ้งไปยังองค์การโรคระบาดระหว่างประเทศ  ในกรณีแรกได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ว่ามีการระบาดของโรคในเมือง แวลเรียล (Vale Real ) ในมลรัฐรีโอกรันดีโดซูล(Rio Grande do Sul ) อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับแจ้งการเกิดโรคจากฟาร์มสัตว์ปีก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม  ในขณะที่วันที่ 24 สิงหาคม 2006 ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับการระบาดของโรค ยังคงมีมาตรการที่เข้มงวดสำหรับพื้นที่เฝ้าระวังโรค  สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในมลรัฐรีโอกรันดีโดซูล(Rio Grande do Sul ) ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกเนื้อไก่ที่สำคัญของบราซิลทำให้เกือบ 40 ประเทศใช้มาตรการเข้มงวดขึ้น

                กรณีที่สองโรคนิวคาสเซิลตรวจพบในหมู่บ้านเล็กๆใกล้กับเมืองมานาฮัส (ในรัฐอามาโซนัส) แต่ในปัจจุบันพื้นที่ทางตอนใต้ของบราซิลไม่ได้เป็นพื้นที่เสี่ยงสำหรับการ ผลิตสินค้าและการส่งออก
    ผลิตภัณฑ์

  • การบริโภค
                 การบริโภคเนื้อไก่ในปี 2007 คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5   สำหรับในปี 2006 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอย่างตัวเนื่อง  ภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ อัตราการว่างงานไม่เปลี่ยนแปลง และอำนาจการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  การแข่งขันจากเนื้อสัตว์ชนิดอื่นไม่สามารถที่จะคาดการณ์ถึงผลกระทบที่มีต่อ การบริโภคเนื้อไก่ได้ตั้งแต่เนื้อไก่กลายเป็นสินค้าที่ผู้มีรายได้น้อย สามารถหาซื้อได้เมื่อเทียบกับเนื้อวัวและเนื้อสุกร  รวมทั้งธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารที่คาดว่าจะมีความต้องการเนื้อไก่เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่เนื้อไก่แช่แข็ง  เนื้อไก่พร้อมปรุงและเนื้อไก่สำหรับนำไปทำเบอเกอร์
                  ปริมาณการบริโภคนกและชิ้นส่วนไม่ได้ถูกนับรวมกับปริมาณการบริโภคเนื้อไก่  อย่างไรก็ตามผู้บริโภคในบราซิลยังคงนิยมบริโภคเนื้อไก่ที่มีขนาดตัวใหญ่ทั้ง ตัวซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากราคาไก่เนื้อต่ำกว่าเนื้อวัว  อย่างไรก็ตามสอดคล้องกับการวิเคราะห์ในบางตลาดที่คาดว่าโครงสร้างความต้อง การเนื้อไก่จะเปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่เศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพในปี 1994 ผู้บริโภคในชนชั้นกลางและชนชั้นสูงส่วนใหญ่ของบราซิลได้เปลี่ยนพฤติกรรมใน การบริโภคโดยเปลี่ยนไปบริโภคผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แปรรูป  พืชที่มีความสำคัญมาแต่ตั้งอดีตของบราซิลคือข้าวและถั่วได้สูญเสียพื้นที่ใน การเพาะปลูกให้กับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ที่ให้โปรตีนอย่างสัตว์ปีกและโค นม  ผู้ผลิตเนื้อสัตว์ปีกแปรรูปรายใหญ่ของบราซิลตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการบริโภคโดยการเปลี่ยนแผนการขายเป็นการขายชิ้นส่วนเนื้อไก่ส่วน ต่างๆรวมกัน(ส่วนใหญ่เป็นเนื้อสะโพกและหน้าอก) และเนื้อไก่แปรรูปเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้า เช่น เนื้อไก่พร้อมปรุง นักเก็ต และเบอเกอร์ไก่  ต้องมีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในบางส่วน สถาบันทางด้านอาหารและตลาดอาหารจานด่วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจไก่เนื้อ ของบราซิลมีศักยภาพที่สูงขึ้น การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่ ผู้แปรรูปนำมาใช้

  • ด้านการส่งออก
                การส่งออกคาดว่าจะฟื้นตัวในปี 2007 โดยปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 4  โดยการคาดการณ์บนพื้นฐานของ
                 1.ความต้องการเนื้อไก่ของโลกมีปริมาณสูงเนื่องจากการลดปริมาณการผลิตไก่เนื้อจากอันเป็นผลจากการระบาดของโรคไข้หวัดนก
                 2.คาดว่าปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ไปยังรัสเซียและตลาดอื่นๆในแถบยุโรปตอนกลางจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น
                 3.บราซิลสามารถส่งเนื้อไก่ไปขายในตลาดใหม่ได้
                 อย่างไรก็ตามการกำหนดโควตาใหม่ของกลุ่มสหภาพยุโรปจะทำให้การขยายตัวของการ ส่งออกเนื้อไก่ลดลงในปี 2007 ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเนื้อไก่แปรรูป
                 สถานการณ์การส่งออกเนื้อไก่ในปี 2006 หลังจากมีการแก้ไขปรับลดปริมาณการส่งออก ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้สถานการณ์ตามความเป็นจริงของตลาดโลก ปัจจุบันผู้ส่งออกเนื้อไก่ของบราซิลคาดว่าปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ไปยัง ประเทศคู่ค้าที่สำคัญจะลดลงประมาณร้อยละ 14 เพราะว่ามีผลผลิตเนื้อไก่ส่วนเกินอยู่ในตลาดโลกเนื่องจากความต้องการเนื้อ สัตว์ปีกลดลง ประกอบกับการตื่นตระหนกเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกในประเทศคู่ค้าของบราซิล

  • การตลาด
                  สมาคมผู้ส่งออกสัตว์ปีกแห่งบราซิลเป็นองค์กรภาคเอกชน ไม่มีการแสวงหากำไร เป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบเนื้อสัตว์ปีกแปรรูปและผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ ปีกรายใหญ่ของบราซิล ซึ่งสมาคมฯนี้มีวัตถุประสงค์และการดำเนินงานเหมือนกับสภาสัตว์ปีกและการส่ง ออกไข่ไก่ของสหรัฐฯ การดำเนินงานของสมาคมฯในอดีตที่ผ่านมาเป็นการให้ข้อเสนอแนะ เชิญชวนให้กลุ่มผู้ส่งออกเนื้อไก่ ดำเนินกิจกรรมเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลบราซิล องค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลต่างประเทศให้การรับรองในด้านการเปิดตลาดและลด อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับการส่งออกเนื้อไก่ของบราซิล  ผู้ประกอบการส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของบราซิลจำนวน 5 ราย มีปริมาณการส่งออกสูงถึงร้อยละ 90 ของปริมาณการส่งออกเนื้อทั้งหมด 
                  สมาคมฯเป็นองค์กรภาคเอกชนซึ่งทำการสนับสนุนการส่งออกควบคู่ไปกับการประชา สัมพันธ์ทางด้านการตลาดให้แก่ภาครัฐบาลโดยผ่านทาง APEX  ตั้งแต่ปี 2000 สมาคมฯได้จัดงานแสดงสินค้าตามประเทศต่างๆ เช่น ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง การประชาสัมพันธ์ทั้งการประชาสัมพันธ์ในประเทศ การจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ และการวิจัยทางด้านตลาด ซึ่งคล้ายกับแผนการทางด้านตลาดของ FAS  สมาคมนี้สามารถลดปัญหาทางด้านมาตรการสุขอนามัยและดำเนินกิจกรรมทางด้านการ ตลาดต่างประเทศภายใต้งบประมาณสำหรับการประชาสัมพันธ์ งบประมาณสำหรับการจัดการ  สมาคมในปี 2006/07 คาดว่าจะมีจำนวน 2.3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งมาจกกองทุน APEX 
                 ตารางแสดงปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ ในช่วงเดือน มกราคม - มิถุนายน 2549

    Image
  • เรียบเรียงโดยกลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
    วันที่เผยแพร่ 16 พฤศจิกายน 2006
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.