นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้114
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้138
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้252
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว946
mod_vvisit_counterเดือนนี้3327
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด778926

Your IP 103.55.140.129
Today: 25 มิ.ย. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

...คู่มือแผนปฏิบัติงานส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562...

Home บทวิเคราะห์เศรษฐกิจการปศุสัตว์ สรุปสถานการณ์การค้าสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศในช่วงสามไตรมาสของปี พ.ศ. 2549
สรุปสถานการณ์การค้าสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศในช่วงสามไตรมาสของปี พ.ศ. 2549 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:24 น.
  • ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2549  ดุลการค้าสินค้าปศุสัตว์ของไทยอยู่ในภาวะเกินดุลการค้ามูลค่า 5,726.64 ล้านบาท แตกต่างจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ขาดดุลการค้า เนื่องจากมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยในช่วงนี้มีมูลค่าสูงกว่า มูลค่านำเข้า ตามความสามารถของการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มูลค่าการส่งออกไก่และผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนมูลค่าถึงร้อยละ 48 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ทั้งหมดปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็น 22,779.12 ล้านบาท  รายละเอียดตามตารางดังต่อไปนี้
    Image

               จากข้อมูลที่ปรากฏในตารางข้างต้น สินค้าปศุสัตว์นำเข้าที่สำคัญคือ วัตถุดิบอาหารสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์ และ โคกระบือและผลิตภัณฑ์ ตามลำดับ และสินค้าปศุสัตว์ส่งออกที่สำคัญคือ ไก่และผลิตภัณฑ์ โคกระบือและผลิตภัณฑ์ และ นมและผลิตภัณฑ์ อาจกล่าวได้ว่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบ จากต่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกเนื้อไก่ปรุงแต่งที่มีมูลค่าสูงที่สุดต้องใช้วัตถุดิบ อาหารสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากปริมาณในประเทศไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้ประโยชน์เนื่องจากมูลค่าการส่งออกมากกว่ามูลค่านำเข้า

               สินค้าปศุสัตว์นำเข้าที่มีมูลค่ามาก ที่สุด 5 ลำดับแรก คือ กากถั่วเหลือง นมผงขาดมันเนย หนังโคกระบือสภาพแห้งฟอกแบบอื่น นมผงเต็มมันเนย หนังโคกระบือทั้งตัวฟอกแบบอื่น และตกแต่ง โดยในช่วงสามไตรมาสของปีนี้ ปริมาณการนำเข้ากากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 แต่ปริมาณการนำเข้านมผงขาดมันเนยและนมผงเต็มมันเนย ลดลงร้อยละ 8 เท่ากัน สำหรับสินค้าปศุสัตว์ส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด 5 ลำดับแรก คือ เนื้อไก่ปรุงแต่ง เนื้อเป็ดปรุงแต่ง นมข้นหวานสูตรแปลงไขมัน หนังโคกระบือสภาพแห้งฟอกแบบอื่น  และ นมข้นจืด  เนื่องจากภาวะการผลิตสัตว์ปีกเริ่มเป็นปกติภายหลังผ่านการเกิดโรคไข้หวัดนก ระบาดในไทยแต่ยังอยู่ในระหว่างการเฝ้าระวัง ทำให้ปริมาณการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น และยังคงเป็นการส่งออกเนื้อที่แปรรูป ทั้งนี้ปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ปรุงเต่งและเนื้อเป็ดปรุงเต่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และเพิ่มขึ้นร้อยละ ตามลำดับ 14 ตามลำดับ ในขณะที่ปริมาณการส่งออกนมข้นหวาน(สูตรแปลงไขมัน) และ นมข้นจืด ลดลงร้อยละ 1.5 และ ลดลงร้อยละ 12  ตามลำดับ สำหรับหนังโคกระบือสภาพแห้งฟอกแบบอื่น เป็นการ Re-Export รายละเอียดตามตารางต่อไปนี้

    Image
  • ปัจจัยที่มีผลต่อการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างประเทศ     
               
                  1.  ความสามารถในการควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนก ถึงแม้ว่าในปี 2549 จะมีประกาศเกิดโรคไข้หวัดนกรอบที่ 4 (24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ) แต่จุดที่เกิดโรคมีเพียง 2 จังหวัด 2 อำเภอ และ 2 ตำบลเท่านั้น และ ปัจจุบัน ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ยังไม่มีรายงานพบโรคไข้หวัดนกเป็นเวลา 110 วัน เนื่องจากมีการใช้นโยบายด้านบริหารจัดการที่เน้นรูปแบบบูรณาการ ป้องกันโรคแบบเชิงรุก รวมทั้งนโยบายการเฝ้าระวังและควบคุมโรคด้วยวิธีการ X-Ray ทุกพื้นที่ทั่วประเทศปีละ สองครั้ง(เดือนกุมภาพันธุ์และกรกฎาคม) นำระบบ GIS มา ใช้วิเคราะห์สาเหตุ นอกจากนั้นยังมีนโยบายด้านประชาสัมพันธ์ ด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนา ด้านการปรับระบบการเลี้ยงสัตว์ปีก(ไก่พื้นเมือง/ไก่ชน ,เป็ดไล่ทุ่ง) ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ และในปี 2549 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 425.272 ล้านบาทเพื่อใช้ในการควบคุมโรคไข้หวัดนก

                   2. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ อัตรา แลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ย 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ เป็น 38.38 บาทต่อเหรียญดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีค่า 40.02 เหรียญดอลลาร์ หรือแข็งค่าขึ้นร้อยละ 4.08 จากปีก่อน ซึ่งค่าเงินที่แข็งขึ้นดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคในการขยายตลาดส่งออกสินค้าปศุ สัตว์ของไทยในปีนี้และปีหน้าถ้าค่าเงินยังคงแข็งอยู่เช่นนี้  

                   3. ความต้องการของประเทศผู้นำเข้า ภาวะ เศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์ของไทยยังคงมีอัตราเติบโตในปีนี้ โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรปเป็นร้อยละ 2.6 ของประเทศญี่ปุ่นเป็นร้อยละ 2.5 และของอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะชะลอ ตัวลง ทั้งนี้ เศรษฐกิจของจีนจะขยายตัวร้อยละ 10.2 ส่วนภาวะเศรษฐกิจของมาเลเซียและฟิลิปปินส์เติบโตร้อยละ 5.9 และ 5.5  ตามลำดับ ดังนั้นยังคงมีความต้องการของประเทศผู้นำเข้าเพิ่มขึ้น 

                   4. ภาวะการผลิตและการตลาดสินค้าปศุสัตว์ภายในประเทศ
                               
                              4.1 การผลิต
                                         เนื้อสัตว์
                                       สำนักงานเศรษฐกิจการ เกษตรคาดว่าในปี 2549 ปริมาณการผลิตสุกรทั้งหมดของไทยเป็น 19.020 ล้านตัว คิดเป็นเนื้อสุกร 1.427 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีปริมาณการผลิต 1.372 ล้านตันหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 สำหรับการผลิตเนื้อไก่ คาดว่าปริมาณการผลิตไก่เนื้อเป็น 985.068 ล้านตัวหรือ คิดเป็นเนื้อไก่ 1.136 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 20 โดยปริมาณการผลิตขึ้นอยู่กับการขยายตสาดส่งออก ทั้งนี้ปี 2549 กำหนดเป้าหมายการส่งออกเนื้อไก่ 3.5 แสนตัน
                                       น้ำนมดิบ
                                       กรมปศุ สัตว์รายงานข้อมูลปริมาณการผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยในปี 2549 เป็นวันละ 1,866 ตัน ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีปริมาณการผลิต 2,119 ตัน ปัจจัยนี้จะเป็นการสร้างความต้องการนำเข้านมผงจากต่างประเทศเพื่อใช้ผลิต ผลิตภัณฑ์นมภายในประเทศ ยกเว้นผลิตภัณฑ์นมบางตัวที่ต้องใช้น้ำนมดิบเป็นวัตถุดิบ ได้แก่ โยเกิร์ต และ เนยแข็ง ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน
                                      ไข่           
                                      คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติประมาณการปริมาณการผลิตไข่ไก่ปี 2549 เป็น 10,072 ล้านฟอง เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีปริมาณการผลิต 9,865 ล้านฟอง ซึ่งส่งผลต่อระดับราคาไข่ไก่ในปี 2549 ให้มีความผันผวน และมีทิศทางปรับลดลง ผู้ประกอบการต้องแก้ปัญหาด้วยการส่งออกไข่สดให้เพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณการ ผลิตภายในประเทศ และ เร่งส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ เพื่อดึงราคาขายไข่ไก่ภายในประเทศไม่ให้ลดลง           

                           4.2  ต้นทุนการผลิต
                                 อาหารสัตว์เป็นต้นทุนการผลิต ที่สำคัญ โดยในปี 2549 ราคาขายส่ง(เงินสด)ของอาหารสัตว์สำเร็จรูปในตลาดกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นทุกชนิดตามต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ อาหารสุกรขุน และ อาหารไก่เล็ก-ไข่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.84 และ ร้อยละ 22.15 ตามลำดับ ส่วนราคาอาหารสุกรรุ่นและสุกรเล็ก ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.92 และ 20.89 ตามลำดับ สำหรับราคาอาหารไก่รุ่น-เนื้อ ปรับเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด ร้อยละ 9.03 สำหรับราคาอาหารข้นที่ใช้เลี้ยงโคนม จากการสุ่มถามสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมภาคต่าง ๆ ของประเทศ พบว่า อาหารข้นที่สหกรณ์เป็นผู้ผลิตเองราคายังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน แต่อาหารข้นที่สหกรณ์รับซื้อมาจากบริษัทเพื่อขายต่อให้สมาชิก ราคาปรับเพิ่มขึ้น  

                             4.3 ราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้
                                  สินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขาย ได้ในราคาที่แพงขึ้นจากปี 2548 ได้แก่ โคเนื้อและกระบือมีชีวิต โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.67 และ 7.21 ตามลำดับ แต่ราคาสุกรขุน ไก่รุ่นพันธุ์เนื้อราคาลดลง ร้อยละ 3.02 และ 14.49 ตามลำดับ เช่นเดียวกับราคาไข่ไก่สดคละและราคาไข่เป็ดคละที่ลดลงร้อยละ 19.91 และ 20.26 ตามลำดับ ในขณะที่ราคาน้ำนมดิบที่เกษตรกรขายได้ลดลงร้อยละ 2.75 แสดงการเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้และการเคลื่อน ไหวของราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ในปี 2549 ตามรูปกราฟต่อไปนี้

    Image
    Image
                                 จากรูปกราฟดังกล่าว ราคาไก่รุ่นพันธุ์เนื้อที่เกษตรกรขายได้ปรับลดลง เนื่องจากภาวะตลาดเนื้อไก่ภายในประเทศที่ราคาปรับลดลงตามปริมาณเนื้อไก่ส่วน เกินภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น  

                           4.4  ราคาขายส่งและขายปลีกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เฉลี่ยในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2549
                                       สุกร
                                       ราคาลูกสุกรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวละ 1,329.61 บาท แต่ราคาขายส่งสุกรชำแหละทั่วไปลดลงร้อยละ 2.91 เป็น กิโลกรัมละ 54.71 บาท ในขณะที่ราคาขายปลีกเนื้อสุกรค่อนข้างมีเสถียรภาพ เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเท่านั้น โดยราคาเนื้อสันนอกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 97.13 บาท ราคาเนื้อสันในเฉลี่ยกิโลกรัมละ 101.34 และ ราคาเนื้อหัวไหล่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 95.69 บาท·       
                                       ไก่ไข่
                                       ราคาลูกไก่ไข่ที่เกษตรกรซื้อเข้าเลี้ยงในฟาร์มลดลงร้อยละ 13.5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวละ 14.43 บาท ในขณะที่ราคาขายส่งไข่ไก่คละลดลงถึงร้อยละ 29.03 เหลือฟองละ 1.61 บาท สำหรับราคาขายปลีกไข่ไก่ทุกขนาดลดลงร้อยละ 13 – 24 โดยไข่ไก่เบอร์ 4 ลดลงมากที่สุด เหลือฟองละ 2.05 บาท สำหรับเบอร์ 0 – 3 เหลือฟองละ 2.75 บาท ฟองละ 2.44 บาท ฟองละ 2.16 บาท ตามลำดับ และ เบอร์ 5 เหลือฟองละ 1.95 บาท ·      
                                      ไก่เนื้อ
                                      ราคาลูกไก่เนื้อ (ซีพี)  ลดลงร้อยละ 30.45 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เหลือตัวละ 8.48 บาท ตามภาวะราคาขายส่งไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มและหน้าโรงฆ่าที่ลดลงร้อยละ 10.85 และ ร้อยละ 17.14 ตามลำดับ เหลือกิโลกรัมละ 24.97 บาท และ 26.56 บาท ตามลำดับ ส่วนราคาขายส่งไก่สดรวมเครื่องในปรับลดลงเช่นกัน ร้อยละ 17.04 เหลือกิโลกรัมละ 36.23 บาท ทิศทางราคาดังกล่าวเป็นผลดีต่อต้นทุนในการแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออก ซึ่งอาจจะทดแทนค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น ทำให้สามารถการแข่งขันในตลาดโลกได้ สำหรับภาวะราคาขายปลีกไก่สดทั้งตัวชนิดรวมเครื่องในและไม่รวมเครื่องในลดลง ร้อยละ 8 และ ร้อยละ 7 ตามลำดับ แต่ราคาขายปลีกชิ้นส่วนไก่เนื้อทั้งชนิดสันใน และ เนื้อล้วน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 แล 4 ตามลำดับ ในขณะที่ชิ้นส่วนเนื้อไก่ติดกระดูก (ตะโพก,น่อง,ปีกเต็ม,ปีกบน) ลดลงร้อยละ 7 ร้อยละ 11 และร้อยละ 12 ตามลำดับ เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้
                                      โค กระบือ
                                     ราคาโคและราคากระบือมีชีวิตขายส่ง ยังคงไม่เสถียรภาพไม่ปรับเพิ่มหรือลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นกิโลกรัมละ 52.50 บาท และ 50.50 บาท ตามลำดับ ส่วนราคาขายส่งเนื้อโคและเนื้อกระบือยังคงเท่ากับปีก่อน ราคากิโลกรัมละ 96 บาท และ กิโลกรัมละ 94 บาท ตามลำดับ เช่นเดียวกันราคาขายปลีกเนื้อโคและเนื้อกระบือที่ไม่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยราคาเนื้อโคและกระบือสันใน กิโลกรัมละ 185 บาท  และราคาเนื้อโคกระบือธรรมดากิโลกรัมละ 117.5 บาท

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง
    1. ธนาคารแห่งประเทศไทย.ข่าวธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับที่29/2549.(www.bot.or.th)
    2.ธนาคารแห่งประเทศไทย. ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ .(www.bot.or.th)
    3. กรมศุลกากร.สถิติการนำเข้าและส่งออก. (www.customs.go.th)
    4.กรมการค้าภายใน.(www.dit.go.th)
    5. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(www.oae.go.th)
    6. คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติ (เอกสารการประชุมหารือ วันที่ 31 สิงหาคม 2549)

    โดย กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
    วันที่เผยแพร่ 10 มกราคม 2007
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.