นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้5
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้133
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้411
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว947
mod_vvisit_counterเดือนนี้2580
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด778139

Your IP 103.55.140.129
Today: 20 มิ.ย. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

สถานการณ์การผลิตและการตลาดนม พย.49 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:27 น.

สถานการณ์การผลิตการตลาดนมและผลิตภัณฑ์ของไทยพ.ศ. 2549 (รายงานเดือนพฤศจิกายน 2549)

  •  ปริมาณการผลิตน้ำนมดิบ

                  รูปกราฟนี้ แสดงถึงปริมาณการผลิตน้ำนมดิบทั้งหมดของไทยเป็นรายเดือน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ถึง ปี 2549 พบว่า ปริมาณการผลิตในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ไม่แตกต่างกันมากนัก เฉลี่ยรายเดือน เดือนละ 60,000- 65,000 ตัน และปริมาณการผลิตน้ำนมดิบมีค่าสูงที่สุดในช่วงต้นปี และ จะลดลงในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม หลังจากนั้นจะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีอีกครั้ง

    Image
    ที่มา : กรมปศุสัตว์

                  สำหรับปริมาณการผลิตน้ำนมดิบในปี 2549 ที่รวบรวมโดยสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมจำนวน 96 แห่ง และ ศูนย์เอกชนจำนวน 62 แห่ง  เฉลี่ยในช่วงเดือนมกราคม – ตุลาคม เป็น 2,093.57 ตันต่อวัน ประกอบด้วย น้ำนมดิบจากสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม 1,440.68 ตันต่อวัน และ น้ำนมดิบจากศูนย์เอกชนจำนวน 652.89 ตันต่อวัน เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2548 พบว่า ปริมาณการผลิตน้ำนมดิบทั้งหมดลดลงร้อยละ 2.37 ทั้งนี้น้ำนมดิบที่รวบรวมจากสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมลดลงร้อยละ 6 แต่น้ำนมดิบที่รวบรวมโดยศูนย์เอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7
  • ภาวะราคาน้ำนมดิบที่เกษตรกรขายได้

                  สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รายงานภาวะราคาน้ำนมดิบที่เกษตรกรขายได้โดยเฉลี่ยทั่วประเทศ ในช่วง11 เดือนของปี 2549 กิโลกรัมละ 11.20 บาท เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีพบว่า ลดลงร้อยละ 2 สาเหตุที่ทำให้ราคาฯ ลดลงน่าจะเกิดจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลให้ค่าขนส่ง เพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาหน้าโรงงานถูกตรึงไว้ที่กิโลกรัมละ 12.50 บาท ทำให้เกษตรกรอาจต้องแบกรับราคาค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นเกษตรกรบางรายยังกล่าวว่า ต้นทุนค่าอาหารเพิ่มขึ้นทำให้การให้อาหารแม่โคนมไม่เต็มที่ จึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำนมดิบและราคาน้ำนมดิบที่ขายได้ต่ำลง ทั้งนี้ในเดือนกันยายนราคาน้ำนมดิบเริ่มกระเตื้องขึ้นตามภาวะความต้องการของ ตลาดผลิตภัณฑ์นมที่ขยายเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำนมดิบลดลง จากการเลิกเลี้ยงโคนมของเกษตรกรบางราย โดยชุมนุมสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมแจ้งว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจำนวน 3,400 ราย หรือร้อยละ 13 ของจำนวนฟาร์มโคนมทั้งหมด ที่เลิกเลี้ยงและขายแม่โคนมเข้าโรงเฉือด ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้ชุมนุมสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมแห่งประเทศไทยในฐานะผู้แทน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลปรับราคารับซื้อน้ำนมดิบหน้าโรงงานจากกิโลกรัมละ 12.50 บาท เป็น กิโลกรัมละ 14.50 บาท โดยขอให้ปรับราคาเพิ่มขึ้นสองครั้ง แต่ผู้ประกอบการที่ใช้น้ำนมดิบทั้งโรงงานผลิตนมพร้อมดื่มและเนยแข็งไม่ สามารถแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น จึงขอให้ปรับเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 1.25 บาท เป็นกิโลกรัมละ 13.75 บาท ทั้งนี้ต้องแก้ประกาศคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติที่ห้ามขึ้นราคาสินค้าทั่ว ประเทศ โดยขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกาศเป็นกฎหมาย

                         รายละเอียดการเคลื่อนไหวราคาฯ รายเดือนแสดงดังรูปกราฟต่อไปนี้ โดย ราคาฯ รายเดือนของปี 2549 ต่ำกว่า สองปีก่อน ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของราคาฯ ทั้งสามปีมีความคล้ายกันตรงที่ ราคาฯ ในช่วงปลายปีจะปรับลดลงสำหรับราคาฯ ในปี 2549 นั้น เริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นราคาฯ เริ่มลดลงบ้าง ทำให้ราคาฯ รายเดือนของปี 2549 มีค่าสูงกว่าปี 2548 แต่ยังคงต่ำกว่าราคาฯ ในปี 2547
    Image
    ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
  • ภาวะราคาขายปลีกผลิตภัณฑ์นมโดยเฉลี่ย      
         
                       สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานภาวะราคาขายปลีกผลิตภัณฑ์นมในตลาดกรุงเทพฯ ที่ใช้คำนวณดัชนีราคาผู้บริโภคชุดทั่วไป ประกอบด้วย นมสด นมข้นหวาน นมผง นมเปรี้ยว  และเนยแข็ง พบว่า ราคาเฉลี่ยในช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2549 ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนทุกรายการ โดยเฉพาะราคานมเปรี้ยวปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ราคาเนยแข็งภายในประเทศลดลงถึงร้อยละ 21.39 ดังแสดงในรูปกราฟข้างล่างนี้
                     
                      สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคานมเปรี้ยวเพิ่มขึ้นคือค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และ ความต้องการของตลาดที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่ของนิวซีแลนด์คือ fontera ซึ่งเดิมจำหน่ายเพียงนมผงสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ได้จ้างบริษัทดัชมิลค์ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทยผลิตนมเปรี้ยวชนิดพร้อมดื่ม ภายใต้แบรนด์เดิมคือ Anlene ส่วนสาเหตุที่ทำให้ราคาเนยแข็งภาย ในประเทศลดลง เพราะว่าปริมาณการนำเข้าเนยแข็งที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นอย่างมาก ซึ่งอาจมีสาเหตุจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นของไทยทำให้ราคานำเข้าสินค้าลดลง
    Image
    ที่มา  :  สำนักดัชนัเสรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์          
  • ภาวะการนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์นมของไทย           
                     
                       จากข้อมูลของกรมศุลกากร พบว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์นมของไทยในช่วง 11 เดือนของปี 2549 ลดลง โดยมูลค่านำเข้าฯ ปีนี้เป็น 14,995 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7 และมูลค่าส่งออกฯ ปีนี้เป็น 9,455 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6         

                      ปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมทั้งหมดในช่วง 11 เดือนของปีนี้ เป็น 186,238 ตัน มูลค่า 14,995 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ฯนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ นมผงขาดมันเนย หางนม(เวย์)หวาน นมผงเต็มมันเนย อาหารปนนมเลี้ยงทารกชนิดขายส่ง  และชนิดขายปลีก ตามลำดับ ทั้งนี้ปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมดังกล่าวลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี ก่อน ยกเว้นปริมาณการนำเข้าหางนม(เวย์)หวานที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25.23 ตามความต้องการใช้ภายในประเทศ รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงปริมาณนำเข้าผลิตภัณฑ์นม แสดงดังรูปกราฟต่อไปนี้

    Image
    ที่มา : กรมศุลกากร

                       สำหรับปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์นมทั้งหมด เป็น 222,108 ตัน มูลค่า 9,455 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์นมส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ นมข้นหวาน(สูตรแปลงไขมัน) นมข้นจืด นมข้นหวาน(สูตรเดิม) และ นมและครีมไขมัน
     1 – 6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์นมดังกล่าวส่งออกได้ลดลงโดยเฉพาะนมข้นหวาน(สูตรเดิม) ที่ส่งออกลดลงถึงร้อยละ 81 แต่นมข้นหวาน(สูตรแปลงไขมัน) ปริมาณการส่งออกลดลงไม่มากไม่ถึงร้อยละ 1   รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงปริมาณส่งออกผลิตภัณฑ์นมสำคัญ แสดงดังรูปกราฟต่อไปนี้
    Image
    ที่มา  : กรมศุลกากร
     
                       3.1 ภาวะราคานำเข้า(c.i.f.) และราคาส่งออก(f.o.b.) โดยเฉลี่ย
                             ราคานำเข้า (c.i.f.) ซึ่ง เป็นราคาที่ยังไม่รวมอัตราภาษีนำเข้า โดยเฉลี่ยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2549 นี้ พบว่า ผลิตภัณฑ์นมที่มีราคานำเข้าเฉลี่ยลดลงได้แก่ นมผงขาดมันเนย ลดลงร้อยละ 8.57 ในขณะที่ราคานำเข้าฯ หางนม(เวย์)หวาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.80 ส่วนราคานำเข้าฯ อาหารปนนมเลี้ยงทารกชนิดขายปลีกเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.16 ในขณะที่ราคานำเข้านมผงเต็มมันเนยและอาหารปนนมเลี้ยงทารก(ขายส่ง) ราคาลดลง และ เพิ่มขึ้น ไม่ถึงร้อยละ 1 ตามลำดับ
                            ราคาส่งออก (f.o.b.) ซึ่ง ไม่รวมค่าส่งสินค้าลงเรือ เฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่าผลิตภัณฑ์นมที่เพิ่มขึ้นได้แก่ นมข้นหวาน(สูตรเดิม) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.40 แต่ราคาส่งออกนมข้นหวานสูตรแปลงไขมันลดลงเพียงร้อยละ 0.50 เท่านั้น ในขณะที่ราคาส่งออกฯ นมและครีมไขมัน 1 – 6 เปอร์เซ็นต์และนมข้นจืดลดลงร้อยละ 2.04 และร้อยละ 3.37 ตามลำดับ
                           ปัจจัยที่ทำให้ราคานำเข้าลดลงคือ อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ส่วนปัจจัยที่ทำให้ราคาส่งออกเพิ่มขึ้นเกิดจากต้นทุนการผลิตภายในประเทศที่ เพิ่มขึ้นตามค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 

                       3.2 การนำเข้าผลิตภัณฑ์นมของไทยจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
                             กรมศุลกากรรายงานว่าในช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายน ปีนี้ ประเทศไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากประเทศออสเตรเลียในปริมาณที่น้อยกว่าการนำ เข้าจากนิวซีแลนด์ โดยนำเข้าจากออสเตรเลียจำนวนทั้งหมด44,098 ตัน และ นำเข้าจากนิวซีแลนด์จำนวน 58,873 ตัน ทั้งนี้ปริมาณและมูลค่านำเข้าจากออสเตรเลียเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของ ปีก่อนถึงร้อยละ 22.14 และ 17.16 ตามลำดับ โดยผลิตภัณฑ์นมที่นำเข้ามากที่สุดสามลำดับแรก นมผงขาดมันเนย หางนม(เวย์)หวาน และ นมผงเต็มมันเนย ด้วยจำนวน 20,058 ตัน 8,252 ตัน และ 3,998 ตัน ตามลำดับ โดยนำเข้านมผงขาดมันเนยและนมผงเต็มมันเนยเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 และ ร้อยละ 68 ตามลำดับ แต่นำเข้าหางนม(เวย์)หวาน ลดลงร้อยละ  10 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
                             สำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจาก นิวซีแลนด์นั้น ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าการนำเข้าจากออสเตรเลีย โดยปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.56 และมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.83 โดยผลิตภัณฑ์นมนำเข้าที่สำคัญสามลำดับแรกคือ นมผงเต็มมันเนย นมผงขาดมันเนย และอาหารปนนมเลี้ยงทารกขายส่ง ด้วยปริมาณ 16,875 ตัน 13,668 ตัน และ 12,341 ตัน ตามลำดับ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน พบว่า นมผงเต็มมันเนยนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.66 แต่ นำเข้านมผงขาดมันเนยและอาหารปนนมเลี้ยงทารก(ขายส่ง) ลดลงร้อยละ 8.89 และ 11.35 ตามลำดับ 

                       3.3 การนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ภายใต้มาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguard)
                             กรมศุลกากรรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม   ถึง วันที่ 28 ธันวาคม 2549 ปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมภายใต้มาตรการปกป้องพิเศษ จากประเทศออสเตรเลียนั้น มีผลิตภัณฑ์นมจำนวน 2 ชนิดที่นำเข้าเกินกว่าที่กำหนดไว้(trigger volume) คือ เนยแข็งชนิดผง(0406200) กำหนดไว้ 52.50 ตัน แต่นำเข้าแล้ว 108.28 ตัน และเนยแข็งชนิดอื่น ๆ กำหนดไว้ 378 ตัน นำเข้าแล้ว 437.93 ตัน ในขณะที่ชนิดผลิตภัณฑ์นมที่นำเข้าจากนิวซีแลนด์เกินกว่าที่กำหนดไว้ ได้แก่ นมและครีมเข้มข้นไม่เติมน้ำตาลหรือสารหวาน(0402910) กำหนดไว้ 64.07 ตัน นำเข้าแล้ว 94.19 ตัน , เนยกำหนดไว้ 158.81 ตัน นำเข้าแล้ว 330.41 ตัน และเนยแข็งอื่น ๆ กำหนดไว้ 148.13 ตัน นำเข้าแล้ว 318.18 ตัน ซึ่งการนำเข้าเนยแข็งจากทั้งสองประเทศในปริมาณเพิ่มขึ้นดังกล่าว น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาขายปลีกเนยแข็งในประเทศลดลงถึงร้อยละ 26.73

    โดย กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจปศุสัตว์  สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
    วันที่เผยแพร่ 11 มกราคม 2007
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.