นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้20
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้136
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้156
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว947
mod_vvisit_counterเดือนนี้2325
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด777884

Your IP 103.55.140.129
Today: 18 มิ.ย. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

การตลาดและการค้าผลิตภัณฑ์นมครึ่งแรกของปี 2550 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:29 น.

Image 

 

  • สรุป  
    ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตลาดผลิตภัณฑ์นมของโลกเผชิญกับภาวะราคาที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
                    1.  ปริมาณนมผงของสหภาพยุโรปเข้าสู่ตลาดโลกลดลงเนื่องจากการหยุดสนับสนุนส่งออกชั่วคราว
                    2.   ภัยแล้งในออสเตรเลีย ทำให้ปริมาณการผลิตนมลดลง
                    3.   การจำกัดการส่งออกของอาร์เจนตินาและการส่งออกของอินเดียขยายตัวลดลงเนื่องจากความ
    ไม่แน่นอนของผลผลิตแต่ความต้องการบริโภคภายในประเทศสูง
                    4.   ความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์นมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ Pacific Rim ซึ่งมีจำนวนประชากรระดับกลาง (middle class) ที่นิยมบริโภคอาหารแปรรูปเพิ่มขึ้น จึงทำให้ความต้องการนำเข้า dairy ingredent เพิ่มขึ้น             
                     5.  ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์
                     6.  รายได้ของประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์นมเพิ่มขึ้น
                  ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเนื่องถึงปี 2008 ได้แก่ ปริมาณการส่งออกของประเทศโอซีเนีย สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการบริโภคเนยแข็งในสหรัฐฯเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสหภาพยุโรปซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตนมผงขาดมันเนย ทั้งนี้ สหภาพยุโรปยังคงใช้ระบบโควตาการผลิตน้ำนมดิบและหยุดการสนับสนุนส่งออกชั่ว คราว
                  ทางด้านภาวะเศรษฐกิจ พบว่า อัตราเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2007 ชะลอตัวลง เติบโตไม่เกินร้อยละ 3.5 ต่อปี โดยเศรษฐกิจของประเทศจีนเติบโตร้อยละ 10.2 ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศในเอเชียอื่น ๆ เติบโตประมาณร้อยละ 4.5 ต่อปี
                  อย่างไรก็ตาม ราคาผลิตภัณฑ์นมในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นเป็นเพียงช่วงสั้น เช่น ราคานมผงขาดมันเนยในเดือนกรกฎาคม 2006 ซื้อขายในราคากิโลกรัมละ 2,300 เหรียญดอลลาร์ แต่ในเดือนกรกฎาคม 2007 ราคาปรับเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 5,000 เหรียญดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 115 ในหนึ่งปี ดังนั้นคาดว่าราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นวัฏวักร และความต้องการบริโภคจะลดลงเนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์นมปรับเพิ่มขึ้นและส่งผล ให้ราคาปรับลดลงต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ราคาผลิตภัณฑ์นมในปี 2007 และ 2008 จะลดลง 

Image

  • การผลิตของผลิตภัณฑ์นมปี 2007  Image
                   อุตสาหกรรมนมในออสเตรเลียยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรค เนื่องจากภัยแล้งที่ส่งผลให้ขนาดฝูงโคนมลดลงและมีผลต่อปริมาณการผลิตนม คาดว่าในฤดูกาล 2006/07(ก.ค.-มิ.ย.) ปริมาณการผลิตน้ำนมจะลดลงร้อยละ 6 จากปีก่อนเป็น 9.785 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ตามถ้าฤดูกาลหน้ามีปริมาณน้ำฝนเป็นปกติ คาดว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 – 10  ทั้งนี้อุตสาหกรรมนมของออสเตรเลียใช้น้ำชลประทานร้อยละ 60 ของน้ำชลประทานทั้งหมด
                   แม้ว่าอากาศในนิวซีแลนด์จะหนาวเย็นขึ้น แต่คาดว่าในฤดูกาล 2006/07 (เม.ย. – พ.ค.) ปริมาณการผลิตน้ำนมจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อนเป็น 15.6 ล้านตัน ตลาดส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในนิวซีแลนด์ได้ รับราคานมเป็น 4.35 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อกิโลกรัมของแข็งในน้ำนม หรือเท่ากับ 3.20 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ  และคาดว่าในปีหน้าเกษตรกรจะได้รับราคาน้ำนมดิบมากกว่า 5 เหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ ถึงแม้ว่าราคาที่ดินจะสูงขึ้น แต่ผลตอบแทนที่ได้รับเพิ่มขึ้นจะจูงใจให้เกษตรกรเลี้ยงโคนมและส่งเสริมให้มี การลงทุนเพิ่มขึ้นใน dairy facilities ดังนั้นคาดว่าในฤดูกาลหน้า ปริมาณการผลิตน้ำนมจะเพิ่มขึ้นเป็น
    16 ล้านตัน
                    ในสหภาพยุโรป คาดว่าปริมาณการผลิตนมในปี 2007 จะเพิ่มขึ้นเป็น 131.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2006 ร้อยละ 1 แต่ปริมาณการผลิตต่ำกว่าในปี 2005 โดยการผลิตนมในสหภาพยุโรปเติบโตเพียงร้อยละ 0.1 และ
    ร้อยละ 0.2 ในช่วง 5 ปี และ 8 ปี ตามลำดับ ในช่วงนี้ การบริโภคเนยแข็งและผลิตภัณฑ์นมสดเพิ่มขึ้น ส่งผลลบต่อการผลิตนมผงขาดมันเนย นมผงเต็มมันเนย และเนยสด

    ตารางที่ 1 การคาดการณ์ปริมาณการผลิตนมของประเทศสำคัญ
    Image 

                    การผลิตนมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าปริมาณสต็อกหญ้าแห้งจะลดลงและการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตเอธานอ ลเพิ่มขึ้นซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น และปริมาณการผลิตน้ำนมลดลง ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในเดือนปัจจุบันนี้ ความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์นมเพิ่มขึ้นและการส่งออกนมผงขาดมันเนยและ ผลิตภัณฑ์นมขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ราคาน้ำนมดิบในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น
                     คาดว่าในปี 2007 ราคาน้ำนมดิบในสหรัฐฯ จะมีค่า 19.00 – 19.30 เหรียญดอลลาร์ต่อ 100 ปอนด์ หรือ กิโลกรัมละ 0.419 – 0.425 เหรียญดอลลาร์(ประมาณกิโลกรัมละ 14.165 – 14.368 บาท ) และคาดว่าปริมาณการผลิตนมเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เป็น 83.6 ล้านตัน และจากราคาผลิตภัณฑ์นมที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตนมในปี 2008 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เป็น 85.4 ล้านตัน และคาดว่าราคาน้ำนมดิบปี 2008 จะลดลงเป็น 18.20 – 19.20 เหรียญดอลลาร์ต่อ 100 ปอนด์ หรือ กิโลกรัมละ 0.401 – 0.423 เหรียญดอลลาร์

  • เนยแข็ง (Cheese) Image
                     คาดว่าการส่งออกเนยแข็งของออสเตรเลียปี 2006/07 (ก.ค. – มิ.ย.) เป็น 201,000 ตัน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี เนื่องจากการผลิตนมต่ำที่สุดซึ่งเกิดจากภัยแล้ง ในขณะที่การส่งออกเนยแข็งของนิวซีแลนด์เป็น 300,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 15 เนื่องจากปริมาณการผลิตนมเพิ่มขึ้น โดยในช่วงปี 2003 – 2006 การส่งออกเนยแข็งของนิวซีแลนด์ลดลงร้อยละ 3 ต่อปี และคาดว่าในปี 2008 ปริมาณการส่งออกเนยแข็งของนิวซีแลนด์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เป็น 307,000 ตัน
                     ปริมาณการผลิตเนยแข็งในสหภาพยุโรปช่วงไตรมาสแรกของปี 2007 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 แต่คาดว่าจะชะลอตัวลงในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากปริมาณน้ำนมดิบลดลง ดังนั้นคาดว่าปี 2007 การผลิตเนยแข็งของสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เป็น 6,700,000 ตัน ถึงแม้ว่าการส่งออกเนยแข็งของสหภาพยุโรปไปยังสหรัฐฯ จะลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่การส่งออกไปรัสเซียเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 14 ต่อปี และคาดว่าการส่งออกเนยแข็งของสหภาพยุโรปในปี 2007 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เป็น 550,000 ตัน
                      คณะกรรมการสหภาพยุโรป คาดว่าปริมาณการผลิตเนยแข็งของสหภาพยุโรป(27ประเทศ) ในช่วงปี
    2005 – 2013 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี และจะใช้น้ำนมดิบร้อยละ 85 ของปริมาณน้ำนมที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ ดังนั้นปริมาณน้ำนมดิบที่แปรรูปเป็นนมผงขาดมันเนยและเนยสดจึงมีข้อจำกัด
                      รัสเซียกลายเป็นตลาดเนยแข็งที่ใหญ่ที่สุดของโลกในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาแทนประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯ และมีอัตราการเติบโตร้อยละ 9 ต่อปี โดยการนำเข้าเนยแข็งของสหรัฐฯ ในช่วงเดือนมกราคม ถึง พฤษภาคม 2007 ลดลงร้อยละ 6 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2006 ในขณะที่การส่งออกเนยแข็งของสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 โดยตลาดเนยแข็งที่สำคัญคือ ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ในขณะที่การส่งออกเนยแข็งไปประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 และ ร้อยละ 24 ตามลำดับ

    ตารางที่ 2 แสดงตลาดเนยแข็งที่สำคัญของโลกปี 2003 – 2006
    Image
    หมายเหตุ : รวมปริมาณการส่งออก fresh cheese ด้วย
  • เนยสด (Butter) Image
                     คาดว่าการส่งออกเนยสดของออสเตรเลียในปี 2006/07(ก.ค. – มิ.ย.) ปรับลดลงเป็น 70,000 ตัน หรือลดลงร้อยละ 15 จากปีก่อน การส่งออกเนยสดของออสเตรเลียลดลงในช่วง10ปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี เนื่องจากเน้นการส่งออกเนยแข็งและนมผงเต็มมันเนย โดยการส่งออกเนยแข็งและนมผงเต็มมันเนยในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และ ร้อยละ 4.5 ตามลำดับ
                     คาดว่าการส่งออกเนยสดของนิวซีแลนด์ในปี 2006/07(มิ.ย. – พ.ค.) จะเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 ตัน หลังจากเคยลดลงในปี 2005 เนื่องจากต้องเผชิญกับภาวะหนาวเย็นซึ่งทำให้ปริมาณการผลิตน้ำนมลดลงร้อยละ 3
                    ถึงแม้จะคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตเนยสดของสหภาพยุโรปในปี 2007 เท่ากับปี 2006 แต่การส่งออกจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เป็น 260,000 ตันเนื่องจากราคาในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมาก ในช่างปี 2003 – 2005 การบริโภคและการส่งออกเนยสดของสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณสต็อก(intervention stocks) ลดลง ด้วยเหตุผลดังกล่าว สหภาพยุโรปหยุดการสนับสนุนการส่งออกเป็นการชั่วคราว ในระยะยาว คณะกรรมการสหภาพยุโรปคาดว่าการผลิตและการส่งออกเนยสดจะลดลงเนื่องจากราคา ตลาดและราคาแทรกแซงของเนยสดลดลง และผู้ผลิตปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เป็นชนิดอื่นที่ให้มูลค่าเพิ่มขึ้น
                  รัสเซียเป็นผู้นำเข้าเนย รายใหญ่ที่สุดในโลก และคาดว่าในปี 2007 จะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากปี2006
    ร้อยละ 13 เป็น 130,000 ตัน โดยมีสหภาพยุโรปและนิวซีแลนด์เป็นผู้ส่งออกที่สำคัญ 

  • นมผงขาดมันเนย (Nonfat Dry Milk) Image
                   คาดว่าการส่งออกนมผงขาดมันเนยของออสเตรเลียในปี 2007 (ก.ค. – มิ.ย.) จะลดลงร้อยละ 9จากปี2006 เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่ทำให้ปริมาณน้ำนมดิบลดลง ในขณะที่ปริมาณการส่งออกนมผงขาดมันเนยของนิวซีแลนด์ในปี 2007 เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จากปี 2006 โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การผลิตนมผงขาดมันเนยของนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 4.6 และคาดว่าในปี 2008 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 335,000 ตัน ดังนั้นการส่งออกนมผงขาดมันเนยของนิวซีแลนด์ในปี 2008 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เป็น 331,000 ตัน

    ตารางที่ 3 การคาดการณ์ปริมาณส่งออกนมผงขาดมันเนยของประเทศสำคัญ ปี 2007                
    Image

    หมายเหตุ : ออสเตรเลีย(กรกฎาคม – มิถุนายน) และ นิวซีแลนด์(มิถุนายน – พฤษภาคม)

                  ปริมาณการผลิตนมผงขาดมันเนยของสหภาพยุโรปในปี 2007 คาดว่าเท่ากับปี 2006 แต่การส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ตัน หลังจากที่ลดลงเกือบร้อยละ 55 ในปี 2006 แต่ปริมาณการส่งออกดังกล่าวยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันสหภาพยุโรปไม่มีสต็อก(intervention stocks) เนื่องจากราคาภายในที่เพิ่มขึ้นและการยกเลิกสนับสนุนการส่งออกชั่วคราว
    รูปที่ 1 ปริมาณการผลิตนมผงขาดมันเนยของสหภาพยุโรป

    Image
    รูปที่ 1 ปริมาณการผลิตนมผงขาดมันเนยของสหภาพยุโรป



                   คาดว่าการส่งออกนมผงขาดมันเนยของสหรัฐฯ ในปี 2007 เป็น 270,000 ตัน ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ในเดือนธันวาคมปี 2006  ถึงแม้ว่าจะคาดการณ์ว่าการผลิตนมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น แต่ปริมาณนมที่เข้าสู่โรงงานนมผงขาดมันเนยลดลง เนื่องจากน้ำนมที่เพิ่มขึ้นเข้าสู่โรงงานเนยแข็งและหางนม(เวย์)ซึ่งให้ผลตอบ แทนที่สูง โดยปริมาณการส่งออกในช่วงเดือนมกราคม ถึง พฤษภาคม ปี 2007 ลดลงร้อยละ 10 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และปริมาณการส่งออกฯ ของประเทศสำคัญเปลี่ยนแปลงดังข้อมูลในตารางต่อไปนี้

    ตารางที่ 4 การส่งออกนมผงขาดมันเนยของประเทศสำคัญในช่วงเดือนม.ค. – พ.ค. ปี 2006 และ 2007                 
    Image

    ที่มา : GTIS (Global Trade Information System)

     ตารางที่ 5 การส่งออกนมผงขาดมันเนยของสหรัฐฯ ปี 2004 – 2006                                                             ปริมาณ : ตัน

    Image 
  • นมผงเต็มมันเนย (Whole Milk Powder) 
                   คาดว่าการส่งออกนมผงเต็มมันเนยในปี 2007 ของประเทศสำคัญเป็น 1.6 ล้านตัน โดยคาดว่าการส่งออกของออสเตรเลียจะลดลงร้อยละ 10 จากปี 2006  เนื่องจากปริมาณการผลิตที่ลดลง และคาดว่าการส่งออกของนิวซีแลนด์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อน สำหรับสหภาพยุโรป คาดว่าการส่งออกจะเท่ากับปี 2006 โดยในปีนี้ได้มีการยกเลิกการสนับสนุนการส่งออกและราคานมผงเต็มมันเนยในตลาด โลกเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลลบต่อการซื้อนมผงเต็มมันเนยจากสหภาพยุโรป

    ตารางที่ 6 ตลาดส่งออกนมผงเต็มมันเนยที่สำคัญของโลก ปี 2003 – 2006                                                    หน่วย : ตัน

    Image

    ที่มา : GTIS (Global Trade Information System)

    โดย กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์  สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
    วันที่เผยแพร่  24 สิงหาคม 2007

 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.