นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้111
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้138
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้249
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว946
mod_vvisit_counterเดือนนี้3324
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด778923

Your IP 103.55.140.129
Today: 25 มิ.ย. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

การตลาดและการค้าสินค้าปศุสัตว์และสัตว์ปีกของโลก ปี 2551 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:31 น.

การตลาดและการค้าสินค้าปศุสัตว์และสัตว์ปีกของโลก ปี 2551 (Livestock and Poultry : World Markets and Trade) 

 

  • บทสรุป

    Image

                  จากรูปกราฟข้างต้นแสดงว่า การส่งออกเนื้อโคและสัตว์ปีกในปี 2551 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก แต่การส่งออกเนื้อสุกรคาดว่าจะลดลงเพียงเล็กน้อยเนื่องจากปริมาณการผลิตที่ ต่ำกว่าการคาดการณ์ของประเทศแคนาดาและสหภาพยุโรป

    Image

                  สำหรับภาพรวมของการผลิต การบริโภค และการค้าเนื้อสัตว์ระหว่างประเทศนั้น กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาคาดว่า การค้าระหว่างประเทศมีอัตราเติบโตสูงกว่าการผลิตและการบริโภคภายในประเทศ โดยการส่งออกเนื้อสัตว์มีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 และการนำเข้ามีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 ในขณะที่การผลิตและการบริโภคมีอัตราลดลงร้อยละ 0.3 และ ร้อยละ 0.5 ตามลำดับ ทั้งนี้การส่งออกเนื้อไก่และไก่งวงในปี 2551 จะมีอัตราเพิ่มขึ้นมากที่สุดเป็นร้อยละ 10.7 รองลงมาเป็นการส่งออกเนื้อโคที่มีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 ในขณะที่การส่งออกเนื้อสุกรมีอัตราลดลงร้อยละ 1.8

  • คาดการณ์ภาวะเนื้อโค ปี 2551 Image

                  การผลิต คาดว่าปริมาณการผลิตเนื้อโคของประเทศสำคัญในปี 2551 เป็น 54.6 ล้านตัน  เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ร้อยละ 1.4  ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการผลิตเนื้อโคที่เพิ่มขึ้นของประเทศบราซิลและจีน
                              ประเทศบราซิล คาดว่าปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เป็น 9.9 ล้านตันในปี 2551 เนื่องจากราคาภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นและการขยายตัวของตลาดส่งออก นอกจากนั้น ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับปรุงลักษณะพันธุกรรมและคุณภาพทุ่งหญ้า
                              ประเทศจีน  คาดว่าปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เป็น 8.1 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่ากลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(27) ทำให้ประเทศจีนกลายเป็นผู้ผลิตเนื้อโคลำดับที่สามของโลก เนื่องจากปัญหาโรคระบาดในสุกรส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ในปี 2550 เพิ่มขึ้นและกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเนื้อโคเป็นแหล่งโปรตีนทดแทน นอกจากนั้นยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในช่วงฤดู ร้อนของปี 2551 ซึ่งทำให้การผลิตเนื้อโคเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการบริโภคในช่วงเวลา ดังกล่าว

                 การส่งออก   การส่งออกเนื้อโคในปี 2551 จะเพิ่มขึ้น    เป็น 8.0 ล้านตัน ซึ่งเกิดจากผู้ค้าสำคัญได้แก่ บราซิล สหรัฐฯ อินเดีย และแคนาดา และได้รับผลประโยชน์จากอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ
                             ประเทศบราซิล  คาดว่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 เป็น 2.7 ล้านตัน เนื่องจากการส่งเสริมทางการตลาดของบราซิลที่แบ่งตลาดส่งออกเป็นตลาดหลักคือ รัสเซียซึ่งให้ผลกำไรดี และ ตลาดรองคือประเทศตะวันออกกลาง
                             ประเทศสหรัฐอเมริกา  ยังคงต้องใช้พยายามเพื่อเข้าสู่ตลาดเอเชียภายหลังเกิดโรควัวบ้าในเดือน ธันวาคมของปี 2546 อย่างไรก็ตามคาดว่าการส่งออกเนื้อโคของสหรัฐฯ ในปี 2551 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 เป็น 0.775 ล้านตันเนื่องจากได้รับโอกาสจากข้อตกลงเสรีทางการค้า NAFTA เนื้อโคสหรัฐฯ ยังคงขายดีในตลาดแคนาดาและเม็กซิโกขณะที่การขายในญี่ปุ่นเติบโตอย่างช้าๆ เนื่องจากข้อจำกัดของอายุโคที่กำหนดให้เข้าเชือดเพียง 20 เดือนและกระบวนการพิสูจน์อายุ( age-verification  ) สำหรับการส่งออกเนื้อโคของสหรัฐฯ ไปประเทศเกาหลีใต้อยู่ระหว่างการเจรจา
                             ประเทศแคนาดา  การส่งออกเนื้อโคของแคนาดายังคงติดเงื่อนไขเรื่องโรควัวบ้า โดยสหรัฐฯ เป็นลูกค้าสำคัญ มีปริมาณการค้าร้อยละ 85  คาดว่าการส่งออกเนื้อโคจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เป็น 0.550 ล้านตันซึ่งยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดโรควัวบ้า ถึงแม้ว่าเงินดอลลาร์แคนาดามีค่าสูงขึ้น ทำให้ผู้ส่งออกได้ประโยชน์จากการใช้กฎ Minimum Risk Rule 2  ซึ่งยอมให้นำเข้าเนื้อโคที่มีอายุแก่กว่า
                             ประเทศออสเตรเลีย  การส่งออกเนื้อโคคาดว่าจะลดลงร้อยละ 5 เป็น 1.4 ล้านตัน หลังจากเผชิญปัญหาภัยแล้งในปี 2550 แต่ถ้าสภาพทุ่งหญ้ามีความสมบูรณ์ขึ้นอาจจะทำให้เกิดการสร้างฝูงโคขึ้น ขณะที่ข้อจำกัดในการเข้าตลาดเอเชียของเนื้อโคสหรัฐฯ ยังคงสร้างโอกาสให้แก่เนื้อโคออสเตรเลียในตลาดนี้   

                   การนำเข้า  ปริมาณ การนำเข้าเนื้อโคในปี 2551 คาดว่าเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการบริโภคที่คาดว่าสูงขึ้นและปริมาณการขาย เนื้อโคในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากภาวะปลอดโรคระบาดในปี 2550  ประกอบกับประเทศผู้นำเข้าทยอยยกเลิกข้อจำกัดทางการค้าซึ่งจะส่งผลดีอย่างต่อ เนื่องต่อภาวะตลาดโลกในปี 2551
                             ประเทศสหรัฐอเมริกา  คาดว่าการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เป็น 1.6 ล้านตัน เนื่องจากอนุญาตให้นำเข้าเนื้อโคแคนาดาที่มาจากโคอายุเกิน 30 เดือน
                             ประเทศรัสเซีย   การผลิตเนื้อโคของรัสเซียลดลงต่อเนื่อง สร้างโอกาสให้แก่ประเทศบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื้อโคในตลาดโลก ในขณะที่ความต้องการบริโภคเนื้อโคยังคงเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตทาง เศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนโดยรายได้จากก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเชื้อเพลิง
  • คาดการณ์ภาวะเนื้อสุกร ปี 2551

                    การผลิต คาดว่าปริมาณการผลิตเนื้อสุกรในปี 2551 เป็น 93 ล้านตัน โดยประเทศจีนซึ่งมีปริมาณการผลิตเป็นครึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตทั้งโลกคาด ว่าจะผลิตเพิ่มขึ้นในช่วงหลังของปี 2551 จำนวนสุกรขุนกำลังปรับตัวเพิ่มขึ้น ภายหลังเกิดโรค blue ear  ระบาด ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น และ จำนวนสต็อกแม่สุกรที่ลดลง คาดว่าจำนวนสต็อกสุกรขุนจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากจำนวนแม่สุกรและลูกสุกรกำลัง ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามอัตราการนำสุกรเข้าโรงฆ่าจะยังคงต่ำเนื่องจากผู้ผลิตต้องการ เก็บสต็อกแม่สุกรไว้

                    การส่งออก   การ ส่งออกเนื้อสุกรในปี 2551 คาดว่าเป็น 5.2 ล้านตัน โดยปริมาณการส่งออกของประเทศสหรัฐฯ และ บราซิลเพิ่มขึ้นแต่ของประเทศแคนาดาและสหภาพยุโรปลดลง                
                             ประเทศบราซิล   คาด ว่าการส่งออกของบราซิลเติบโตเกินร้อยละ 8 เนื่องจากการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4  โดยปริมาณการส่งออกเป็น 3.1 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณการผลิต  บราซิลยังคงได้เปรียบเรื่องต้นทุนการผลิต ในตลาดที่มีการแข่งขันเรื่องราคาสูงถึงแม้ว่าค่าเงินของบราซิลจะแข็งขึ้นก็ ตาม ภาวะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลเพียง เล็กน้อยเนื่องจากความได้เปรียบในตำแหน่งที่ตั้งของโรงงานแปรรูปที่สร้าง ใหม่ใน ภาคตะวันตกตอนกลาง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวโพดและถั่วเหลือง อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเนื้อสัตว์ ประเทศบราซิลใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบ่งตลาดส่งออกเป็นสองตลาดคือตลาดหลัก และตลาดรอง(non-traditional market) โดยตลาดหลักได้แก่ประเทศรัสเซีย และตลาดรองได้แก่ ประเทศ ฮ่องกง สิงคโปร์ และ แองโกล่า
                             สหภาพยุโรป (27)  การ ผลิตเนื้อสุกรคาดว่าลดลงเนื่องจากราคาอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาเนื้อสุกรในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น และลดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก
                            ประเทศแคนาดา  ผู้ ผลิตกำลังลดฝูงพ่อแม่พันธุ์เพื่อตอบสนองต่อภาวะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูง ขึ้น ซึ่งเกิดจากค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น
                            ประเทศสหรัฐฯ  เนื่อง จากได้เปรียบในค่าเงินดอลลาร์และประสิทธิภาพการผลิต จึงทำให้ปริมาณการส่งออกเนื้อสุกรปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ร้อยละ 5 เป็น 1.4 ล้านตัน ค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับลดลงและราคาสุกรขุนมีชีวิตที่คาดว่าจะลดลง เป็นปัจจัยหนุนให้การส่งออกเนื้อสุกรของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ ความต้องการนำเข้าของประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเนื่องจากข้อจำกัด ด้านการผลิตในประเทศซึ่งเกิดจากประเด็นสิ่งแวดล้อม และ ราคานำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มขึ้น และคาดว่าประเทศสหรัฐฯ จะได้รับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชียตะวันออก( Far East)  จากประเทศแคนาดาและสหภาพยุโรปซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ

                 การนำเข้า ปริมาณนำเข้าของประเทศสำคัญเพิ่มขึ้นในปี 2551                 
                            ประเทศเกาหลีใต้  คาด ว่าการนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5  เนื่องจากราคาเนื้อสุกรของสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่า(เงินดอลลาร์อ่อนค่า) และ ปริมาณการขายเนื้อโคที่มีข้อจำกัดจากการนำเข้า
                            ประเทศรัสเซียปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น แต่ในบางครั้งอาจมีข้อจำกัดจากนโยบายรัฐบาลที่ปกป้องการผลิตในประเทศ

     
  • คาดการณ์ภาวะเนื้อไก่
          
                   
    การส่งออก
      ปริมาณ การส่งออกของประเทศบราซิลและสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนแบ่งร้อยละ 80 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 4 เนื่องจากปัจจัยของความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น

                    การนำเข้า    คาดว่าการนำเข้าในปี 2551 ไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2550
                              ประเทศจีน  คาด ว่าการนำเข้าของจีนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 หลังจากที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2550 เนื่องจากราคาเนื้อไก่และเนื้อสุกรใกล้เคียงกัน การทดแทนกันของเนื้อสุกรและเนื้อไก่ขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบปริมาณการขาย และระดับราคาของเนื้อทั้งสองชนิด และจากปริมาณการขายเนื้อสุกรภายในประเทศจีนที่ลดลงคาดว่าเป็นโอกาสให้มีการ นำเข้าเนื้อไก่เพิ่มขึ้น  นอกจากนั้นความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่มางานกีฬา โอลิมปิกอย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องสุขอนามัยยังคงนำมาเกี่ยวข้อง โดยโรงงานของบราซิลและสหรัฐฯ ถูกยกเลิกใบอนุญาตเนื่องจากตรวจพบสารตกค้าง(residues) และสารที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อโรค(Pathogens)

    Image

                               ประเทศรัสเซีย  คาดว่าการนำเข้าไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2549  โดยปริมาณการนำเข้าเนื้อไก่จากประเทศสหรัฐฯคิดเป็นร้อยละ 90 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด
                               ประเทศญี่ปุ่น    คาด ว่าปริมาณการนำเข้าเนื้อไก่ไม่เปลี่ยนแปลงโดยนำเข้าจากบราซิลลดลงและนำเข้า จากจีนเพิ่มขึ้น ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2551 ประเทศญี่ปุ่นนำเข้าเนื้อน่องไม่ติดกระดูกจากบราซิลลดลงร้อยละ 13 เนื่องจากระดับราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง ผู้ซื้อชาวญี่ปุ่นมีความอ่อนไหวต่อระดับราคาและผลิตภัณฑ์ ทำให้เลือกบริโภคเนื้อไก่ปรุงสุกจากจีนที่มีราคาถูกกว่าโดยเฉพาะเนื้อไก่ ย่าง(charcoal grilled yakitori)
                               สหภาพยุโรป (27)  คาดว่าปริมาณนำเข้าไม่เปลี่ยนแปลง  ทั้งนี้การใช้ระบบโควตาภาษีสำหรับเนื้อไก่แช่เกลือจะส่งผลในช่วงปลายปี 2550 ซึ่งจะเห็นจากรูปกราฟต่อไปนี้ว่า ปริมาณการนำเข้าเนื้อไก่แช่เกลือจากบราซิลในเดือนกรกฎาคมลดลงจากเดือนก่อน เป็นอย่างมาก



     1 ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออก ประกอบด้วย ประเทศจีน(รวมไต้หวัน) ,ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศเกาหลีเหนือ,ประเทศเกาหลีใต้ และ ประเทศมองโกเลีย 


    แปลและเรียบเรียงโดย กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
    วันที่เผยแพร่ 31 มกราคม 2008
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:33 น.
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.