นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้129
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้133
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้947
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว943
mod_vvisit_counterเดือนนี้2025
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด802314

Your IP 103.55.140.129
Today: 15 ธ.ค. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ปี 2553 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 18:10 น.

การคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553 สาขาการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น / บุคคลทางการเกษตรดีเด่น อาชีพเลี้ยงสัตว์

นายธนศักดิ์  คำด่าง


Image

ชื่อ-สกุล

นายธนศักดิ์  คำด่าง

อายุ

53 ปี

การศึกษา

ระดับปริญญาโท (ปฐพีวิทยา) ประเทศญี่ปุ่น

สถานภาพ

สมรสกับ นางวิลาวัลย์  คำด่าง

ที่อยู่

บ้านเลขที่ 209 หมู่ที่ 4 ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

โทรศัพท์

08-9868-6513

Image

  •  ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน
               ปี พ.ศ.2534 เริ่มเลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 170 ตัว แต่ด้วยเพราะขาดความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ที่ปรึกษาองค์ความรู้และภาคีที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี พ.ศ.2537 นายธนศักดิ์ฯ จึงได้ปรับระบบการเกษตรของตนเองเข้าสู่การเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ โดยการขุดบ่อเลี้ยงปลา ทำนาปลอดสารพิษ เลี้ยงสุกร เป็ดเทศ และไก่ไข่บนบ่อปลา ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล บทเรียนที่ได้จากการเลี้ยงโคเนื้อทำให้ นายธนศักดิ์ฯ ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากเอกสาร ผู้รู้ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิตทั้งด้านปศุสัตว์และการเกษตรภายในฟาร์มของตนเอง 
    Image

               จากความเป็นคนช่างสังเกตพบว่าเนื้อของไก่งวงเมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารจะมีรส ชาดดี ถูกปาก และยังมีการเลี้ยงกันน้อยมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเกิดความสนใจที่จะเลี้ยงเป็นอาชีพ ต่อมา  ได้มีโอกาสร่วมทีมวิจัย “โครงการพัฒนาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจน” ผลจากการวิจัยพบว่ามีปศุสัตว์ 4 ชนิด คือ แพะ หมูหลุม ไก่งวง และโคเนื้อ สามารถแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรได้ นายธนศักดิ์ฯ จึงได้เรียบเรียงประสบการณ์ ความรู้ ตลอดจนวิเคราะห์ศักยภาพของตนเองและได้ตัดสินใจเลือกชนิดปศุสัตว์ที่เหมาะสม คือ ไก่งวง ด้วยไก่งวงเป็นสัตว์ที่มีจุดที่น่าสนใจ คือ 1) เลี้ยงยาก 2) เนื้อมีรสดี 3) ไม่มีผู้แข่งขัน และ 4) เข้าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้เริ่มทำการเลี้ยงไก่งวง  ในปี พ.ศ.2547 โดยเริ่มจากพ่อพันธุ์ 7 ตัว แม่พันธุ์ 20 ตัว ทำการขายและพัฒนาการผลิตเป็นพ่อแม่พันธุ์ ในปี พ.ศ.2548 ผลิตไก่งวงเพื่อเลี้ยงขุนจำหน่าย ปี พ.ศ.2549 พัฒนาสายพันธุ์ไก่งวง โดยการคัดเลือกไก่เป็นพ่อแม่พันธุ์ จำนวน 237 ตัว ปี พ.ศ.2550 มีพ่อแม่พันธุ์ รวม 300 ตัว และในปี พ.ศ.2551-2552 เพิ่มแม่พันธุ์เป็น 370 ตัว สามารถผลิตไก่พันธุ์และไก่ขุนได้ปีละ 10,000 ตัว ได้ขยายการผลิตโดยการสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงไก่งวงในจังหวัดนครพนมและ จังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป

  • ผลงานและความสำเร็จของงานทั้งปริมาณและคุณภาพ ตลอดจนระยะเวลาที่ปฏิบัติงานและความยั่งยืนในอาชีพ 
      
                   นายธนศักดิ์ฯ มีการพัฒนาการเลี้ยงไก่งวงตามหลักวิชาการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องมาโดยตลอด ดำเนินงานตามมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก เป็นที่ยอมรับทั้งจากภาครัฐและเอกชน ทำให้สามารถขยายตลาดผู้บริโภคและเครือข่ายการผลิตเพิ่มขึ้น ระบบการจัดการในฟาร์มมีดังนี้
                1. พันธุ์ ทำการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์โดยเลือกไก่งวงที่มีลักษณะโครงสร้างใหญ่ คือ หัวใหญ่ ตัวใหญ่ ข้อขาใหญ่ สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่ดี ทำการคัดพ่อแม่พันธุ์ตามสายพันธุ์ที่ดีของไก่งวง เพื่อให้ได้ไก่งวงพันธุ์ดีที่สุด ทำให้ลูกที่เกิดมามีความสมบูรณ์พันธุ์ เลี้ยงง่าย มีการเจริญเติบโตดี เมื่อนำไปเลี้ยงเพื่อขุนจะได้น้ำหนักดีและจำหน่ายได้ราคาสูง
                2. อาหาร เน้นใช้วัตถุดิบภายในฟาร์มของตนเองและในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นหลัก โดยใช้มันสำปะหลัง เศษเครื่องในปลา เศษผักบุ้ง ฯลฯ นำมาต้มให้สุกและผสมกับรำ ร่วมกับอาหารสำเร็จรูปของไก่ไข่โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตที่ดีร่วม กับการประหยัดค่าอาหารด้วยการเสริมด้วยหญ้าสด ใบไผ่และพืชสมุนไพร โดยเน้นในเรื่องการมีพื้นที่ปลูกหญ้าเพื่อให้ไก่งวงมีหญ้าสดกินได้ตลอดเวลา และยังเปิดน้ำให้ไก่งวงได้ดื่มกินตลอดทั้งวัน  
               3. การป้องกันรักษาโรค  จะใช้การจัดการด้านสุขาภิบาลเป็นหลัก มีการทำวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ปีกตามกำหนด เสริมด้วยสมุนไพรจากในฟาร์มเพื่อบำรุงร่างกายและป้องกันโรคเบื้องต้น
               4. การจัดการฟาร์ม มีลักษณะการเลี้ยงแบบแยกโรงเรือนออกเป็นส่วนๆ คือ คอกผสม (พ่อแม่พันธุ์) คอกฟักไข่ คอกอนุบาล คอกไก่เล็ก คอกไก่รุ่น คอกไก่เตรียมขุน คอกไก่ขุนส่งจำหน่าย และคอกเตรียมพ่อแม่พันธุ์ ทั้งนี้ การแยกคอกสำหรับเลี้ยงไก่งวงจะทำให้ง่ายต่อการจัดการและทำให้มีความเหมาะสม ต่อการดูแลและป้องกันโรคสัตว์
                5. การตลาด แยกการจำหน่ายเป็น พันธุ์ไก่งวงให้แก่สมาชิกที่เป็นเครือข่าย โดยจำหน่ายเป็นชุดๆ ละ 4,000 – 5,000 บาท ประกอบด้วย พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 4 ตัว (เป็นไก่พร้อมไข่) ทั้งนี้ สมาชิกที่เป็นเครือข่ายจะนำพ่อแม่พันธุ์ไปเลี้ยงต้องมีพื้นที่สำหรับปลูก หญ้าให้ไก่งวงกิน และมีพื้นที่การเลี้ยงที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนเพื่อความปลอดภัยจากการติด เชื้อโรคได้ง่าย สำหรับไก่ขุนจำหน่ายเป็นไก่เนื้อชำแหละ และแม่ไก่งวงที่ให้ผลผลิตต่ำมาจำหน่ายเป็นไก่เนื้อให้ร้านอาหารและหน่วยงาน ต่างๆ นำไปประกอบอาหาร ทั้งนี้ แหล่งผู้ซื้อไก่งวงจะอยู่ในจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง จำหน่ายเดือนละประมาณ 150 ตัว
              นอกจากนี้ นายธนศักดิ์ฯ ยังได้สร้างตลาดด้วยการขยายเครือข่ายผู้ผลิตและกลุ่มผู้ซื้อและบริโภค โดยการสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงไก่งวงและกระตุ้นการบริโภคเนื้อไก่งวงในชุมชน ผ่านวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น งานบุญต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การบริโภคและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ไก่งวงด้วยวิธี การจำหน่ายเป็นเนื้อไก่งวงปรุงสุกพร้อมรับประทานให้แก่ร้านอาหารและหน่วย งานราชการและเอกชนในพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค ทำให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ ดังจะเห็นได้จากรายได้จากการประกอบกิจกรรมการเลี้ยงไก่งวง ประกอบด้วย พ่อแม่พันธุ์ ลูกไก่งวง และไก่งวงเนื้อ ดังนี้ ปี พ.ศ.2550 มูลค่าประมาณ 500,000 บาท ปี พ.ศ.2551 มูลค่าประมาณ 1,300,000 บาท และ ปี พ.ศ.2552 มูลค่าประมาณ 1,500,000 บาท 

    Image

  • ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ
               1.  สร้างเครือข่ายการเลี้ยงไก่งวง โดยมีเครือข่ายเป็นฟาร์มในจังหวัดนครพนม และในจังหวัดใกล้เคียง
               2.  ได้รับการคัดเลือกจากอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม จัดตั้งให้เป็นศูนย์เรียนรู้   ในเรื่องการจัดการฟาร์มและขยายผลโครงการ  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
               3. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น ปศุสัตว์ สาธารณสุข การปกครอง พัฒนาที่ดิน สถาบัน การศึกษาและชุมชน โดยการสร้างฟาร์มในลักษณะที่สัมผัสได้ คือ เป็นศูนย์การเรียนรู้เกือบทุกเรื่องเพื่อขยายผลทางด้านการเกษตร
               4.  เป็นวิทยากรบรรยายและเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้แก่หน่วยงานต่างๆ
               5.  สร้างจิตสำนึกในงานอาชีพการเลี้ยงไก่งวงให้แก่เด็กและเยาวชนที่เข้ามาศึกษาดูงานในฟาร์ม 

    Image
    Image

  • การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                1.  ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตรด้านปศุสัตว์ ประมง พื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินโดยการนำเศษสิ่งของเหลือใช้มาหมักเพื่อทำ เป็นปุ๋ยอินทรีย์
                2.  ปลูกพืชสมุนไพรสำหรับไก่งวง เช่น ฟ้า-ทะลายโจร (โรคที่เกิดจากเชื้อ) ขมิ้นชัน (โรคระบบทางเดินอาหาร) ว่านกำมะลา (แก้สารพัดพิษ) ว่านพาก (โรคไวรัสฉับพลัน, โรคอหิวาต์)
                3. ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเพื่อนำมาทำเป็นตำรับยาบำรุงร่างกายไก่งวง และเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโต
                4.  ปลูกพืชสมุนไพรเพื่อตัดให้ไก่งวงกินสดๆ เช่น ย่านาง รางจืด ทองพันชั่ง ชุมเห็ดเทศ และเหงือกปลาหมอ ฯลฯ
                 5.  ทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อนำไปปรับปรุงบำรุงดินสำหรับการปลูกพืชสมุนไพรต่างสำหรับใช้ในฟาร์ม  

    Image

    ผู้จัดทำข้อมูล : นายสุเมธ  วุฒิปาณี  นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ                                                     
                           E-mail :-   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน "> อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน                                                     
                           โทรศัพท์มือถือ  08-5046-0872 
                         : นางสาวประเทืองทิพย์  เสือเอก   นักทรัพยากรบุคลชำนาญการ                                          
                           E-mail :-  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน "> อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน                                                           
                           โทรศัพท์มือถือ  08-9016-9568 

เผยแพร่เมื่อ 16 เมษายน 2553

 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.