นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้133
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้133
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้951
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว943
mod_vvisit_counterเดือนนี้2029
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด802318

Your IP 103.55.140.129
Today: 15 ธ.ค. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

สถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านปศุสัตว์ (85/2555) PDF พิมพ์ อีเมล
วันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2012 เวลา 15:26 น.

การคัดเลือกสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติด้านปศุสัตว์ ปี 2555 ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์คือ กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาว           ตั้งอยู่เลขที่ 49 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาต อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร

 

นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาว จังหวัดกำแพงเพชร ว่าตั้งกลุ่มเมื่อ 16 มิถุนายน 2546 มีสมาชิกแรกตั้ง 11 คน สมาชิกปัจจุบัน 37 คน มีนายไพบูลย์ ศรีภักดี เป็นประธานกลุ่ม โดยมีความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงานของกลุ่มฯ สภาพเดิมเกษตรกรประกอบอาชีพปลูกมันสำปะหลังเพียงอย่างเดียว ต่อมาปี 2546 ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มฯ เพื่อหาเงินไปซื้อโคมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ซึ่งแต่แรกจะมีลักษณะต่างคนต่างเลี้ยงไม่มีระบบการจัดการที่ดีทำให้ประสบปัญหาด้านการตลาดและราคาตกต่ำ พอต่างคนต่างเลี้ยง ต่างคนต่างขาย ก็ทำให้ไม่สามารถต่อรองราคากับพ่อค้าได้ ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ จึงมีแนวคิดในการรวมกลุ่ม เพื่อเลี้ยงโคในลักษณะคอกรวมเพื่อให้สมาชิกร่วมกันเรียนรู้และเลี้ยงโคขุน นอกจากนี้ยังได้รวบรวมเงินจากสมาชิกและกู้เงิน ธกส.เพิ่มเติม นำมาบริหารจัดการกลุ่ม มีการสร้างโรงเรือนเพื่อเลี้ยงโคขุนในคอกรวม รวมทั้งไปศึกษาดูงานที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเรียนรู้วิธีการเลี้ยงโคขุนพร้อมนำมาปรับใช้ในกลุ่มฯ นำองค์ความรู้ของสมาชิกมาประยุกต์ใช้ร่วมกับความรู้ทางวิชาการที่ได้จากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ โดยแบ่งเงินกู้เป็น 2 ส่วน เพื่อซื้อโคเข้าขุนในคอกรวมและให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อซื้อโคไปเลี้ยงที่บ้านตนเอง พร้อมทั้งจำหน่ายวัตถุดิบอาหารข้นเพื่อให้สมาชิกซื้อไปผสมใช้เองตามสูตรอาหารที่กลุ่มได้กำหนดขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องการตลาดกลุ่มแก้ไขโดยการติดต่อโดยตรงกับฟาร์มที่ซื้อโคไปขุนและพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งติดต่อซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ในช่วงที่โคราคาตกต่ำกลุ่มได้แก้ปัญหาโดยการลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ลดจำนวนโคที่ขุนและซื้อโคที่มีขนาดเล็กเพื่อลดต้นทุนการผลิต กลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นทางการ ปี 2549 และทำการจัดซื้อที่ดินสร้างที่ทำการกลุ่ม นอกจากนี้ได้ชักชวนให้เยาวชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเลี้ยงโคเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง โดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น โดยจัดตั้งเป็นกลุ่มโครงการธนาคารขี้วัวให้เยาวชนบริหารจัดการมีสมาชิก จำนวน 16 คน ทำการรวบรวมมูลโคส่งขายเพื่อสร้างรายได้ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสามารถแก้ปัญหายาเสพติดของเยาวชนได้อย่งดียิ่ง    

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสามารถในการบริหารจัดการของกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาว ปัจจุบันมีสมาชิก 37 คน มีคณะกรรมการบริหาร 7 คน มีทุนดำเนินการ 606,800 บาท มีทรัพย์สินมูลค่า 471,500 บาท มีผลผลิตโคขุนออกสู่ตลาดทั้งคอกรวม และคอกแยกไม่น้อยกว่า 300 ตัว/รุ่น (4 เดือน) นอกจากนี้ยังมีโคขุนของเยาวชนที่ออกสู่ตลาดประมาณ 150 ตัว/ปีอีกด้วย กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาวมีระบบบริหารจัดการกลุ่มที่ชัดเจน มีกิจกรรมก้าวหน้า มีสมาชิกเข้าร่วมมากขึนโดยเปิดรับสมาชิกในหมู่บ้านและใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรม ปี 2549 ได้รับรางวัลกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ดีเด่นระดับเขตจากสำนักงานปศุสัตว์เขต 6 ซึ่งคณะกรรมการมีบทบาทหน้าที่ชัดเจนโดยมีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คือ ประชุมสมาชิกเดือนละครั้ง เพื่อเก็บเงินสัจจะรายเดือน รับฟังและแก้ไขปัญหาของสมาชิกรวมทั้งสภาพปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ กำหนดการซื้อขายโคในแต่ละรุ่น ประชุมคณะกรรมการปีละ 3 ครั้งเกี่ยวกับเรื่องการซื้อ ขายโคขุนแต่ละรุ่น  ประชุมใหญ่ปีละครั้งในเดือนธันวาคมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานและวางแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มในแต่ละปี ส่วนการเลี้ยงดูโคขุนในคอกรวมกลุ่มผู้เลี้ยงฯ ได้กำหนดให้สมาชิกทุกคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อเลี้ยงโคขุนรายละ 1 วัน ระยะเวลาในการเลี้ยงปีละ 3 รุ่น ๆ ละ 4 เดือน มีแปลงหญ้าของกลุ่มและแยกรายสมาชิก ส่วนการเลี้ยงแยกรายฟาร์มที่บ้าน กลุ่มฯได้ให้บริการเงินกู้ดอกเบี้ย 8 % ต่อปี ทั้งยังมีบริการด้านสูตรอาหารข้นและอาหารหยาบที่กลุ่มจัดหามาบริการ การซื้อ ขายโคต้องผ่านคณะกรรมการกลุ่มฯ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง

                        แผนการดำเนินงานของกลุ่มฯ ปี 2555 นี้มีทำบ่อแก๊สเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในฟาร์ม ทำปุ๋ยอัดเม็ดโดยใช้มูลสัตว์ที่ได้จากบ่อแก๊สชีวภาพ ปลูกหญ้าพันธุ์ดี (หญ้าเนเปียร์ปากช่อง) เพื่อลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์ สร้างโรงเรือนใหม่เพื่อให้สมาชิกกลุ่มมาเช่าพื้นที่เลี้ยงเพื่อนำมูลเข้าบ่อแก๊สเพื่อผลิตไฟฟ้า ทำโครงการฌาปนกิจกลุ่มให้กับสมาชิกในกลุ่ม ขยายกลุ่มโดยการเพิ่มจำนวนสมาชิกและจำนวนโคขุน ลดต้นทุนอาหารที่ใช้ขุนโดยใช้ยอดมันสำปะหลังในท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบในอาหารผสมสำหรับขุนโค

                        บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิก กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านปางมะนาวได้ปรับปรุงกฏระเบียบโดยสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม มีระเบียบการบริหารจัดการกลุ่มที่ชัดเจน สมาชิกกลุ่มฯ เข้าร่วมประชุมประจำเดือนเพื่อออมเงินสัจจะ ร่วมปรึกษาหารือ กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น อาทิ ปัญหาแมลงวันในคอกสัตว์ ปัญหาราคาโคตกต่ำ ฯลฯ สมาชิกต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมการผลิตของกลุ่มโดยต้องหมุนเวียนมาดูแลทุกอย่างในคอกรวม รวมทั้งร่วมดำเนินการตามแผนการเลี้ยงโคขุน ได้แก่ การเลี้ยงโคขุนในคอกตนเอง การผสมอาหาร การป้องกันโรคและซื้อขายโค ตามวิธีปฏิบัติและข้อกำหนดที่สมาชิกร่วมกันกำหนดขึ้น อาทิ ลักษณะของโคที่เข้าขุน สูตรอาหารที่ใช้เลี้ยง การถ่ายพยาธิและฉีดวัคซีนป้องกันโรค การจัดการมูลโค รวมทั้งหลักเกณฑ์ และราคาในการจำหน่าย ตลอดจนศึกษาดูงานกับส่วนราชการต่างๆ เช่น เรื่องบ่อแก๊สชีวภาพ ซึ่งเกิดจากสมาชิกในกลุ่มได้ไปอบรมและนำมาขยายผลให้แก่สมาชิกในกลุ่ม ทำให้มีผู้สนใจทำบ่อแก๊สสำหรับครัวเรือน จำนวน 5 บ่อ ทั้งยังได้ไปศึกษาดูงานเพิ่มเติมและสมาชิกในกลุ่มมีมติร่วมกันจัดทำบ่อแก๊สชีวภาพขนาดใหญ่เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในปี 2555 คณะกรมมการกลุ่มฯ ประชุมปีละ 3 ครั้ง เพื่อปรึกษาสภาพปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงโค กำหนดการซื้อขายโคในแต่ละรุ่น ส่วนการประชุมใหญ่นั้นเพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานของกลุ่ม อาทิ การเก็บเงินหุ้น การจัดเลี้ยงสังสรรค์ การจับรางวัล การแจกปุ๋ยอินทรีย์และกำหนดแผนการดำเนินงานของกลุ่มในปีถัดไป

                        “ การทำกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาชิกร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านในโอกาสต่างๆ อาทิ ปลูกต้นไม้วันพ่อ ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฯลฯ ด้านอนุรักษ์ฯ จัดทำบ่อแก๊สชีวภาพจากมูลโค ส่งเสริมการใช้สมุนไพรรักษาสัตว์ป่วย ฯลฯ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนาปศุสัตว์เชิงบูรณาการ กรมปศุสัตว์ โทร. 0 – 2653 – 4477 ” อธิบดีกล่าว

                          

******************************

ข้อมูล : กลุ่มวิจัยและพัฒนาปศุสัตว์เชิงบูรณาการ สสส. กรมปศุสัตว์

ข่าว : พิจารณา สามนจิตติ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2012 เวลา 15:05 น.
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.