นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้8
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้139
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้147
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว948
mod_vvisit_counterเดือนนี้1911
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด793949

Your IP 103.55.140.129
Today: 15 ต.ค. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ปี 2551 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 06 กันยายน 2012 เวลา 18:06 น.

 

เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์  ประจำปี พ.ศ.2551

bestfarmmer 51 01

  นายอัคระ ธิติถาวร

  อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

  อายุ                    46 ปี

  การศึกษา            ระดับปริญญาตรี

  ที่อยู่                    เลขที่ 43/1 หมู่ที่ 3 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

 

ผลงานดีเด่น

การดำเนินกิจกรรมในปัจจุบัน

        จากจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงแพะพื้นเมืองได้มีการปรับปรุงพันธุ์แพะมาตลอด โดยมีการนำ แพะสายพันธุ์อื่น คือ พันธุ์บอร์ ซาแนน แองโกล-นูเปี้ยน และเหลาซาน มาปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์แพะที่มีน้ำนมมาก เลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ให้น้ำนม 2-3 ลิตร/ตัว/วัน มีระยะเวลาการให้นมนาน 8 เดือน มีการพัฒนาโดยการสร้างโรงนมแพะพาสเจอร์ไรซ์ขนาดการผลิต 20-30 ลิดร/วัน แปรรูปนมแพะเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์ขนาดบรรจุ 210 ซีซี. โดยผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “พรุจำปา” สามารถรักษาคุณภาพสินค้าจนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคน้ำนม ไม่มีกลิ่นสาปของแพะ

bestfarmmer 51 02   bestfarmmer 51 03

         นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งจำหน่ายแพะพันธุ์ดีให้กับเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป มีระบบการจัดการฟาร์มที่ดี ไม่มีกลิ่นรบกวนชุมชนใกล้เคียง ไม่มีของเหลือใช้ เช่น มูลหรือน้ำเสียจากฟาร์มไปสู่พื้นที่สาธารณะเพราะมีการจัดการเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมอื่น เช่น เป็นปุ๋ยในการปลูกพืชผักและแปลงหญ้า มีการทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ดับกลิ่นในฟาร์ม และผสมในน้ำให้แพะดื่ม

 ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค

จากการเลี้ยงแพะพื้นเมืองที่ให้ผลผลิตต่ำ มีอัตราการเจริญเติบโตช้าจึงมีแนวความคิดในการปรับปรุงสายพันธุ์แพะ เพื่อให้ได้แพะพันธุ์ที่โตเร็วเลี้ยงง่าย ให้น้ำนมมาก และทนทานต่อสภาพแวดล้อมโดยศึกษาจากส่วนราชการ ตำรา วารสารและแหล่งความรู้อื่นๆ จนได้แพะนมพันธุ์ลูกผสม ซึ่งเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรผู้สนใจทั่วไป มีการพัฒนาและปรับปรุงรวมถึงการจัดการฟาร์ม ทั้งในเรื่องของโรงเรือนเลี้ยงแพะ เพื่อสะดวกในการจัดการไม่อับชื่น ลดแรงงานการทำความสะอาดโรงเรือน พัฒนาการให้นมลูกแพะโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนในการป้อนนมลูกแพะและการบริหารจัดการเรื่องของอาหารแพะ มีการทำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มอาหารแพะ ปลูกพืชอาหารสัตว์หลายสายพันธุ์ เพื่อให้แพะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ผลผลิตหลักของฟาร์มคือ น้ำนมแพะ มีวิธีการจัดการรีดนมแพะเพื่อให้ได้น้ำนมแพะไม่มีกลิ่นสาป และแปรรูปเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์จนได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “พรุจำปา” มีศักยภาพการบริหารจัดการฟาร์ม เพื่อให้ผลผลิตคือ นมแพะมีจำหน่ายสู่ผู้บริโภคได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ และถือเป็นรายแรกของจังหวัดภูเก็ตที่ผลิตนมแพะจำหน่าย

bestfarmmer 51 04   bestfarmmer 51 05

ผลงานและความสำเร็จ

bestfarmmer 51 06มีการปรับปรุงสายพันธุ์แพะ จนได้แพะพันธุ์ลูกผสม ซึ่งเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรทั่วไป มีผลงานการประกวดแพะได้รับรางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด ระดับเขตและระดับประเทศ และเป็นฟาร์มต้นแบบการเรียนรู้ของเกษตรกรทั้งในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง มีแพะพันธุ์ดีจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้สนใจทั่วไป ปัจจุบันมีแพะจำนวน 77 ตัว เป็นแม่แพะรีดนม จำนวน 30 ตัว แพะทดแทน จำนวน 15 ตัว แพะรุ่นและลูกแพะ จำนวน 28 ตัว พ่อพันธุ์ 4 ตัว และสามารถผลิตนมแพะที่มีคุณภาพและแปรรูปเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์ ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “พรุจำปา” จำหน่ายให้ผู้บริโภคได้ทุกวัน จนสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ปี 2548 สามารถจำหน่ายแพะรุ่นเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์แพะจำนวน 24 ตัวเป็นเงิน 120,000 บาท เป็นแพะเนื้อจำนวน 60 ตัวเป็นเงิน 144,000 บาท และน้ำนมแพะพาสเจอร์ไรซ์เป็นเงิน 273,750 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว คงเหลือกำไรสุทธิ จำนวน 214,768 บาท

ปี 2549 สามารถจำหน่ายแพะรุ่นเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์แพะจำนวน 36 ตัวเป็นเงิน 180,000 บาท เป็นแพะเนื้อจำนวน 25 ตัวเป็นเงิน 60,000 บาท และน้ำนมแพะพาสเจอร์ไรซ์เป็นเงิน 438,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว คงเหลือกำไรสุทธิ จำนวน 280,810 บาท

ปี 2550 สามารถจำหน่ายแพะรุ่นเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์แพะจำนวน 27 ตัวเป็นเงิน 135,000 บาท เป็นแพะเนื้อจำนวน 20 ตัวเป็นเงิน 48,000 บาท และน้ำนมแพะพาสเจอร์ไรซ์เป็นเงิน 584,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว คงเหลือกำไรสุทธิ จำนวน 384,480 บาท

ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  bestfarmmer 51 07

  1. เป็นผู้ริเริ่มเลี้ยงแพะเป็นคนแรกในจังหวัดภูเก็ต และเป็นผู้ปรับปรุงสายพันธุ์แพะนมพันธุ์ดี
  2. ได้รับคัดเลือกให้เป็นปราชญ์ชาวบ้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2551
  3. ผลงานด้านการเลี้ยงแพะได้รับการเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ เว็บไซด์ หนังสือ บทความ ตลอดจนเอกสารวิชาการต่างๆ
  4. เป็นประธานชมรมชาวแพะภูเก็ต ปี 2550 – ปัจจุบัน
  5. เป็นแกนนำด้านการจัดประกวดแพะทุกปี และสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนมและผลิตน้ำนมเพื่อจำหน่ายในจังหวัดภูเก็ต
  6. เป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านการเลี้ยงแพะให้แก่เกษตรกร นักเรียนนักศึกษา ประชาชน ฯลฯ เป็นประจำทุกเดือนๆ ละ 50 - 100 คน
  7. เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งกลุ่มแพะนมอัครดิษฐ์ จังหวัดภูเก็ต
  8. เป็นศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงแพะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ครบวงจร คือ ปรับปรุงพันธุ์แพะนมเลี้ยงผสมพันธุ์ รีดนม ผลิตจำหน่ายเป็นพาสเจอร์ไรซ์ ลูกแพะที่ได้จะขายเป็นแพะพันธุ์ ส่วนลูกแพะคัดทิ้งจะขายเป็นแพะเนื้อ มีการปลูกหญ้าหลายชนิดตามความเหมาะสมของพื้นที่ การปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล ผักสวนครัว การปลูกกล้วย การใช้มูลแพะเป็นปุ๋ยให้แก่พืช โดยเกษตรกรได้เรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของแพะ การตลาด การผสมผสานระหว่างการเลี้ยงแพะ การปลูกพืช การเลี้ยงปลา
  9. ป็นที่ปรึกษาฝ่ายบริหารด้านการเกษตรขององค์การบริหารส่วนตำบลเทพกระษัตรี
  10. .เป็นคณะกรรมการฝ่ายแผนพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลเทพกระษัตรี
  11. เป็นคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลเทพกระษัตรี
  12. เป็นอาสาปศุสัตว์ (อสป.) และเป็นหมอดินอาสา

 bestfarmmer 51 08  bestfarmmer 51 09

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ นายอัคระ ธิติถาวร มีดังนี้

  1. มีการใช้น้ำหมักชีวภาพ (EM) เพื่อช่วยดับกลิ่นและผสมในน้ำดื่มให้แพะกิน
  2. ปล่อยแพะในสวนยางพาราเพื่อกำจัดวัชพืชทนแทนการใช้ปุ๋ยเคมี
  3. ทำการเลี้ยงแพะสู่การปลูกพืชแบบผสมผสานโดยใช้ของเหลือภายในฟาร์มเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น นำมูลแพะไปทำปุ๋ยใส่แปลงพืชผักสวนครัว นำเศษพืชผักไปเลี้ยงปลาดุก ปล่อยน้ำจากบ่อปลาดุกไปรดแปลงหญ้าและพืชผักสวนครัว นำเศษพืชผักสวนครัวไปเลี้ยงแพะ เป็นการสร้างสมดุลให้แก่ธรรมชาติ ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องด้วยจังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศจึงต้องระมัดระวังในการเลี้ยงแพะเป็นอย่างมาก

 bestfarmmer 51 10  bestfarmmer 51 11

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 06 กันยายน 2012 เวลา 18:25 น.
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.