นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้103
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้133
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้103
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว947
mod_vvisit_counterเดือนนี้2272
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด777831

Your IP 103.55.140.129
Today: 17 มิ.ย. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ำปี 2554 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 06 กันยายน 2012 เวลา 18:58 น.

 

 

เกษตรกรเด่นแห่งชาติ (อาชีพเลี้ยงสัตว์) ประจำปี ๒๕๕๔

bestfarmer 54 01ชื่อ-สกุล    นายทินกร ศิริสมบัติ

อายุ         ๕๖ ปี

การศึกษา  ประถมศึกษาปีที่ ๔

ที่อยู่         เลขที่ ๙/๑ ม. ๒ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

อาชีพ       เลี้ยงโคนม

 

 

 

๑. ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน

bestfarmer 54 02อาชีพเดิมรับจ้างทั่วไป เริ่มเลี้ยงโคนมเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ประกอบกับพื้นที่ใกล้เคียงมีเกษตรกรเลี้ยงโคนมเป็นตัวอย่างอยู่ก่อนแล้วและมีสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อน้ำนมดิบที่มั่นคง รวมทั้งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทานฯ จึงนำเงินออมที่เก็บไว้ไปซื้อที่ดิน จำนวน ๑ ไร่ และกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านเพื่อซื้อลูกโคนมเพศเมีย จำนวน ๑ ตัว เลี้ยงด้วยวิธีการง่ายๆ ตามความรู้ที่มี

โดยการผูกล่ามไว้ข้างบ้านและเกี่ยวหญ้าจากพื้นที่สาธารณะมาเลี้ยงโคต่อมาเมื่อมีความชำนาญมากขึ้นได้นำเงินออมจากการรับจ้างมาซื้อแม่โคเพิ่มอีก จำนวน ๔ ตัว รวมมีโคนม จำนวน ๕ ตัว ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๗ ได้สมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ โคนมไทย-เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด และเข้ารับอบรมการเลี้ยงโคนมรวมทั้งได้เบอร์สมาชิก เพื่อจัดส่งน้ำนมให้สหกรณ์ฯ จากนั้นได้พัฒนาวิธีการเลี้ยงโคนมให้ดียิ่งขึ้นโดยเพิ่มแม่โคนมเป็น ๙ ตัว มีผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยถึง ๙ กิโลกรัม/ตัว/วัน ในปี พ.ศ.๒๕๔๘

bestfarmer 54 03ในปี พ.ศ.๒๕๔๙ เกิดภาวะวิกฤติเนื่องจากปัญหาน้ำนมล้นตลาด ราคาตกต่ำ รายได้ไม่คุ้มทุน เป็นเหตุให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมส่วนใหญ่หมดกำลังใจและต้องเลิกเลี้ยงโคนม แต่นายทินกรฯ ยังคงมุ่งมั่นเลี้ยงโคนมเพราะ มีความเชื่อมั่นว่าเป็นอาชีพพระราชทานฯ และมองเห็นว่าสถานการณ์โคนมคงจะมีแนวโน้มดีขึ้นเอง ตามกลไกการตลาด จึงได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยการรับซื้อโคนม

จากเพื่อนเกษตรกรที่ขายให้ในราคาต่ำอีกจำนวน ๑๖ ตัว รวมมีโคนม จำนวน ๒๕ ตัว ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการภายในฟาร์ม เน้นการเลี้ยงโดยใช้อาหารหยาบคุณภาพเพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุด ทำการเช่าพื้นที่เพื่อปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงโคนม หญ้าที่ปลูก คือ รูซี่ กินนีสีม่วง เพื่อเป็นแหล่งอาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับโคนม รวมแปลงหญ้าจำนวน ๒๔ ไร่ ต่อมาได้ซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อสร้างโรงเรือนสำหรับเลี้ยงโคนมเพิ่มเติม จัดการให้อาหารโดยเน้นหญ้าสดคุณภาพดีจากแปลงหญ้าที่ปลูกและเสริมด้วยกากสับปะรดและอาหารสำเร็จรูป

ปี พ.ศ.๒๕๕๐ ได้ซื้อโคนมเพิ่มและมีลูกโคที่เกิดขึ้นในฟาร์ม รวมจำนวน ๓๐ ตัว ให้ผลผลิตน้ำนมดิบ จำนวน ๒๐๐ กิโลกรัม/วัน พัฒนาการเลี้ยงโคนมจนได้รับการรับรองให้เป็นฟาร์มมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ และได้รับการคัดเลือกให้เป็นฟาร์มโคนมต้นแบบสาธิตทดลองของจังหวัดเพชรบุรี ในปี พ.ศ.๒๕๕๑ นายทินกรฯ สามารถพัฒนาการเลี้ยงโคนมอย่างต่อเนื่องโดยการศึกษาด้วยตนเองจนมีผลผลิตน้ำนมในฟาร์มมากกว่า ๓๘๐ กิโลกรัม/วัน และสามารถนำเงินที่ได้จากการส่งน้ำนมดิบมาสร้างบ้านของตนเองได้ในราคา ๒๕๐,๐๐๐ บาท

bestfarmer 54 04ปัจจุบัน นายทินกรฯ เลี้ยงโคนม จำนวน ๔๕ ตัว แบ่งเป็นโครีดนม จำนวน ๒๗ ตัว โคแห้งนม จำนวน ๗ ตัว โคสาวท้อง จำนวน ๗ ตัว โครุ่น จำนวน ๑ ตัว และลูกโค (เพศเมีย) จำนวน ๓ ตัว ปริมาณน้ำนมที่รีดได้เฉลี่ย ๕๘๕ กิโลกรัม/วัน หรือเฉลี่ย ๒๑ กิโลกรัม/ตัว/วัน และเป็นฟาร์มที่มีสัดส่วนโครีดนม ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของฝูง

๒. ผลงานและความสำเร็จของงานทั้งปริมาณและคุณภาพ

ตลอดจนระยะเวลาที่ปฏิบัติงานและความยั่งยืนในอาชีพนายทินกรฯ มีการพัฒนาการเลี้ยงโคนมตามหลักวิชาการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้เป็นที่ยอมรับในด้านการจัดการเลี้ยงโคนม ดังนี้

bestfarmer 54 05๑)  พันธุ์ มีการปรับปรุงพันธุ์โคนมโดยใช้การผสมเทียม จนปัจจุบันแม่โคนมในฟาร์มทั้งหมดเป็นพันธุ์โฮลสไตน์ฟรี่เชี่ยน สายเลือด ๘๗.๕ % มีการคัดเลือกแม่โคในฟาร์มโดยเน้นรูปร่างภายนอก เช่น ลักษณะโครงสร้างใหญ่ รูปทรงตรงตามลักษณะประจำสายพันธุ์ รูปทรงเป็นสามเหลี่ยม เส้นเลือดที่เต้านมใหญ่ เต้านมกว้างและระยะเต้านมห่าง คอเล็ก ผิวหนังบาง กีบสวย ซึ่งเป็นลักษณะของโคนมที่แข็งแรงและให้น้ำนมดี รวมทั้งมีการนำสายพันธุ์บราวน์สวิสมาทดลองผสมเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นพันธุ์ที่ทนกับสภาพภูมิอากาศร้อนได้ดีกว่าและจะทำให้ปริมาณน้ำนมเพิ่มสูงขึ้น

bestfarmer 54 06๒) อาหาร จะมุ่งเน้นการเลี้ยงด้วยอาหารหยาบ (หญ้า) คุณภาพดี เช่น รูซี่ กินนีสีม่วง โดยจะตัดให้กินในระยะที่เหมาะสมอายุไม่เกิน ๔๕ วัน และฟางแห้งในฤดูแล้งส่วนอาหารข้นใช้การผสมจากวัตถุดิบและวัสดุเหลือใช้ราคาถูกที่มีในท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นจัดสัดส่วนอาหารที่มีอาหารหยาบหมักและอาหารข้นร่วมด้วย อาทิ มันเส้น สับปะรดหมัก กากถั่วเหลือง กากเบียร์ กระถินป่น รำแป้ง

ไวตามิน แร่ธาตุรวมสำหรับโครีดนม ให้แม่โครีดนมได้กินอย่างเต็มที่ตามต้องการ ตั้งแต่ก่อนรีดนม ๑๕ นาที รวมตัวละไม่น้อยกว่า ๘ - ๙ กิโลกรัม/ครั้ง วันละ ๒ ครั้ง และจัดหาอาหารแร่ธาตุก้อนให้โคได้เลียกินตลอดเวลาbestfarmer 54 07

๓) การป้องกันโรค เน้นการสุขาภิบาลและการทำวัคซีนเพื่อป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยปีละ ๒ ครั้ง เจาะเลือดเพื่อตรวจหาโรคบรูเซลโลซีส วัณโรคและพาราทูเบอร์คูโลชิส ปีละครั้ง ถ่ายพยาธิ ๒๑ วันต่อครั้ง ฉีดยาบำรุงร่างกาย โดยดูจากสุขภาพและฉีดหลังคลอด ๒ สัปดาห์ ควบคุมปัญหาโรคเต้านมอักเสบโดยการรีดด้วยมือตามหลังการรีดด้วยเครื่องทุกครั้ง เน้นความสะอาดในคอกรีดและอุปกรณ์รีดนม หลังรีดนม ให้แม่โคพักในคอกในระยะหนึ่งก่อนปล่อยเพื่อให้รูเต้านมปิดสนิทป้องกันเชื้อโรค

๔) การจัดการฟาร์ม ได้รับรองให้เป็นฟาร์มมาตรฐานโคนม โดยมีลักษณะแยกโรงเรือนออกเป็นส่วนๆ คือ คอกรีดนม คอกพักโค คอกลูกโค คอกโครุ่น-โคสาว คอกโคสาวท้อง คอกโคพักท้อง ห้องเก็บอาหาร ห้องเก็บวัสดุ ที่เก็บยาเวชภัณฑ์ ที่เก็บอุปกรณ์รีดนม ที่เก็บมูลโค ที่เก็บฟาง/หญ้าเลี้ยงโค ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและเพื่อความเหมาะสมต่อการดูแลป้องกันโรคภายในฟาร์ม นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคในการจัดการเพื่อให้ได้น้ำนมฃสูงที่เรียกว่า “การระเบิดฐานนม” ที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรรายอื่นๆ โดยการเพิ่มอาหารและยาบำรุงเป็นพิเศษสำหรับแม่โคหลังนมแห้ง ๑ เดือน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแม่โคก่อนและหลังคลอด อีกทั้งมีการจัดการฝูงโคนมที่จัดสัดส่วนแม่โคให้นมในสัดส่วนที่สูงกว่าแม่โคไม่ให้นม โดยมีสัดส่วนร้อยละ ๖๐ ของแม่โคนมทั้งหมด

bestfarmer 54 08๕) การตลาด เป็นสมาชิกสหกรณ์โคนมไทย - เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด ส่งน้ำนมให้สหกรณ์ฯ วันละ ๒ ครั้ง (เช้า-บ่าย) มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย มีปริมาณน้ำนมเฉลี่ยมากกว่า ๒๑ กิโลกรัม/ตัว/วัน มีค่าไขมันนมเฉลี่ยร้อยละ ๔ คุณภาพของน้ำนมอยู่ในระดับดีถึงดีมากตลอดปี ผลกำไรจากการประกอบกิจกรรมโคนม มีดังนี้ ปี พ.ศ.๒๕๕๑ มูลค่า ๕๙๕,๖๑๘ บาท ปี พ.ศ.๒๕๕๒ มูลค่า ๑,๐๗๖,๓๗๒ บาท และปี พ.ศ.๒๕๕๓ มูลค่า ๖๘๒,๕๕๖ บาท (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม ๒๕๕๓)

๓. ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ bestfarmer 54 09

๑)  เป็นผู้ให้คำแนะนำข้อมูลการเลี้ยงโคนมและเป็นสถานที่ศึกษาดูงานให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจเลี้ยงโคนม

๒)  สร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงโคนมโดยการให้ลูกโคนมเพศเมียแก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจเพื่อนำไปเลี้ยง

๓)  ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนและแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่มีปัญหา เช่น การให้น้ำนมเพื่อนำไปเลี้ยงลูกโคเกิดใหม่ในฟาร์มอื่น

๔)  ให้คำแนะนำในการป้องกันและดูแลรักษาโรคเบื้องต้น ฯลฯ

 ๕)  ให้บริการยืมรถยนต์ภายในฟาร์มเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมด้านสังคมโดยไม่คิดค่าบริการ

๖)  แบ่งปันพืชผักที่ปลูกและปลาที่เลี้ยงภายในฟาร์มเพื่อเป็นอาหารให้แก่เพื่อนเกษตรกร

๗)  เป็นอาสาประสานพลังแผ่นดิน (ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด)

๘)  ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่างๆ

๔. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๑)  ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ผสมในน้ำให้โคกินเพื่อช่วยในระบบย่อยอาหารและลดปัญหาด้านกลิ่นรบกวน

๒)  นำมูลโคที่ได้ไปทำปุ๋ยเพื่อใช้ในการปลูกพืชและแบ่งปันให้เพื่อนเกษตรกร

๓)  มีระบบการจัดการน้ำทิ้งในฟาร์ม โดยมีบ่อบำบัดน้ำเสีย ๒ บ่อ ทำการบำบัดด้วยจุลินทรีย์ก่อนปล่อยออกนอกฟาร์ม

๔)  ทำบ่อแก๊สชีวภาพจากมูลโคสำหรับใช้ภายในครัวเรือนและเป็นเกษตรกรรายแรกของหมู่บ้านเพื่อเป็นต้นแบบการประหยัดพลังงานให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ

๕)  ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ไปใช้ในการปลูกพืชผักสวนครัวแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และส่งเสริมแนะนำให้เพื่อนเกษตรกร

 

ข้อมูลโดย :- กลุ่มวิจัยและพัฒนาระบบฟาร์มปศุสัตว์

สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมปศุสัตว์

โทรศัพท์ / โทรสาร ๐-๒๖๕๓-๔๔๗๗

E-Mail :- อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน , อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 06 กันยายน 2012 เวลา 19:12 น.
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.