นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้102
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้133
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้102
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว947
mod_vvisit_counterเดือนนี้2271
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด777830

Your IP 103.55.140.129
Today: 17 มิ.ย. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

...คู่มือแผนปฏิบัติงานส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562...

Home การคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ประจำปี พ.ศ.2551
สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ประจำปี พ.ศ.2551 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 06 กันยายน 2012 เวลา 19:38 น.

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2551 ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์

กลุ่มอนุรักษ์ควายไทยบ้านม่วงหวาน-โคกเจริญ

อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์

bestfarmergroup 51 01จัดตั้งเมื่อ               15 พฤษภาคม 2543

สมาชิกแรกตั้ง         จำนวน          70         คน

สมาชิกปัจจุบัน        จำนวน          121         คน

อาชีพ                      กลุ่มอนุรักษ์กระบือ

ประธานกลุ่ม            นายบุญชู สายบุตร

ที่ทำการกลุ่ม            เลขที่ 22 ม. 15 ต.จันดุม อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์

โทรศัพท์                  08-1389-4320

 

ผลงานดีเด่น

การดำเนินการกิจกรรมในปัจจุบัน

bestfarmergroup 51 02จากสมาชิกแรกเริ่มเมื่อปี 2543 จำนวน 70 คน มีโค18 ตัว กระบือ 61 ตัว กลุ่มอนุรักษ์ควายไทยบ้านม่วงหวาน-โคกเจริญ ได้ดำเนินการในกิจกรรมต่างๆเพื่อเพิ่มจำนวนกระบือของกลุ่มโดยการรื้อฟื้นประเพณีพื้นบ้านเพื่อการอนุรักษ์ควายไทย อาทิเช่นประเพณีทำบุญรอยโค-รอยกระบือไทยการทอดผ้าป่าขี้ควาย      จึงจัดประกวดวาดภาพของเยาวชนเกี่ยวกับวิถีชีวิตการเลี้ยงกระบือ การจัดประกวดกระบือไทย จนถึงปัจจุบันจำนวนสมาชิก

ได้เพิ่มขึ้นเป็น 121 ราย จำนวนควายเพิ่มขึ้นเป็น 386 ตัว เป็นเพศเมีย 378 ตัวและเพศผู้ 8 ตัว ตั้งแต่ปีพ.ศ.2547 จนถึงปี 2551 มีการมอบลูกกระบือให้กับสมาชิกใหม่จำนวน 73 ตัว และมอบเป็นสาธารณกุศล จำนวน 6 ตัว กลุ่มมีศักยภาพในการเชื่อมโยงกิจกรรมของกลุ่มกับกิจกรรมอื่นๆ ของหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดการเกื้อหนุนกันกับการเลี้ยงกระบือ ความยั่งยืนในอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เช่น มีการนำมูลกระบือ ไปใช้เป็นปุ๋ยคอกในการปลูกพืชผักสวนครัว ใส่แปลง ไม้ผลและที่นา เพื่อเป็นการลดรายจ่ายซึ่งไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยเคมี และไปขายให้กับโรงปุ๋ยอินทรีย์ ขณะเดียวกันกลุ่มมีการจัดหาปัจจัยการผลิตจำหน่ายให้สมาชิกในราคาต่ำกว่าท้องตลาด เป็นการลดต้นทุนการผลิต นอกจากนั้น   ยังมีการปรับปรุงพันธุ์กระบือ   ของสมาชิกให้ดีขึ้น โดยใช้กระบือพ่อพันธุ์ดีและการผสมเทียม ส่งเสริมให้สมาชิกการปลูกพืชอาหารสัตว์ การเก็บสำรองฟางข้าวไว้ให้กระบือกินในฤดูแล้ง      ทำวัคซีนป้องกันโรคให้กับกระบือ ตลอดจนมีการปลูกพืชสมุนไพร เพื่อใช้บำรุงรักษาโค - กระบือ

ความคิดริเริ่ม

bestfarmergroup 51 03เดิมเกษตรกรในชุมชนบ้านม่วงหวาน-โคกเจริญ ซึ่งมีการทำนาเป็นอาชีพหลักและมีการเลี้ยงควายเพื่อใช้เป็นแรงงานไถนาและใส่ปุ๋ยคอกที่ได้จากการเลี้ยงควายลงในที่นาของตนเอง ต่อมาเมื่อระบบทุนและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้หลั่งไหลเข้าสู่ชุมชน เกษตรกรได้หันไปพึ่งพาเครื่องจักรกลในการทำนาและใช้ปุ๋ยเคมีแทนปุ๋ยคอก จึงได้ขายควายในคอกให้พ่อค้าออกไปทุกวันจนควายซึ่งเคยมีเต็มทุ่งนาหลายร้อยตัวลดลงเหลือไม่กี่สิบตัว การหายไปของควายในคอกถูกทดแทนด้วย

เครื่องจักรกล ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ดินที่เคยอุดมสมบูรณ์ เสื่อมโทรมลง กบ เป็ด ปู ปลา ซึ่งเคยมีอยู่เต็มห้วย หนอง คลอง บึงก็หายไป ทำให้ชาวบ้านมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น มีหนี้สินครัวเรือนละหลายหมื่นบาท จากปัญหารุมเร้าดังกล่าว ชุมชนจึงได้ตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเองที่ละทิ้งควาย ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของชาวนาไป จึงได้รวมกลุ่มกันโดยใช้ชื่อ “กลุ่มอนุรักษ์ควายไทยบ้านม่วงหวาน-โคกเจริญ” เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2543โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณกระบือให้เพิ่มมากขึ้น อนุรักษ์กระบือไม่ให้สูญพันธุ์ ส่งเสริมการใช้แรงงานจากกระบือเพื่อลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้ใช้มูลโค-กระบือทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และอนุรักษ์ประเพณีเกี่ยวกับควายต่างๆ

ความสามารถในการบริหารและการจัดการ

กลุ่มอนุรักษ์ควายไทยบ้านม่วงหวาน-โคกเจริญ โดยมีความสามารถในการบริหารและจัดการ ดังนี้bestfarmergroup 51 04

  1. มีคณะกรรมการบริหารกลุ่มฯเพื่อดำเนินการกิจการกลุ่ม จำนวน รวม 11 คน มีวาระ 5 ปี โดย จัดให้มีการประชุมกลุ่มทุกๆ 3 เดือน และสมาชิก สามารถซักถามข้อสงสัยในการบริหารงานของคณะกรรมการ และเสนอแนะแนวทางการบริหาร ตลอดจนเสนอปัญหาในที่ประชุมของกลุ่มได้อย่างอิสระ
  2. มีระเบียบข้อบังคับกลุ่ม เช่น เกษตรกรที่จะเป็นสมาชิกจะต้องเป็นสมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 1 ปี เกษตรกรที่จะเลี้ยงแม่กระบือรุ่นแรกจะต้องส่งคืนลูกกระบือให้กลุ่ม เกษตรกรที่เลี้ยงแม่กระบือ     ในรุ่นลูกที่ 1 และรุ่นต่อๆ ไป จะต้องส่งคืนลูกกระบือให้กลุ่มรายละ 1 ตัว กรณีที่ผู้เลี้ยงกระบือ ผิดสัญญากลุ่มจะเรียกคืนกระบือทั้งหมด ฯลฯ
  3. การให้สมาชิกยืมกระบือไปเลี้ยง จะไม่มีการทำหนังสือสัญญายืม แต่จะดำเนินการในรูป “ สัญญาสัจจะ” กล่าวคือ สมาชิกผู้ยืมกระบือไปเลี้ยงต้องให้คำสัญญาต่อกลุ่มว่าจะดูแลเอาใจใส่กระบือ เป็นอย่างดี โดยจะไม่จำหน่ายกระบือไปก่อนที่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกลุ่มและหากกระบือเกิดการบาดเจ็บจะต้องรีบแจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนเพื่อดำเนินการรักษาต่อไป
  4. ถึงเดือนสิงหาคม 2550 กลุ่มสามารถมอบลูกกระบือให้กับสมาชิกรายใหม่ จำนวน 73 ราย
  5. มีแผนและแนวทางการพัฒนากลุ่ม เช่น ประชาสัมพันธ์คุณค่าของควายไทย ดำเนินกิจกรรม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควายไทย จัดตั้งโรงเรียนสอนการไถนา และส่งเสริมให้สมาชิกใช้ประโยชน์จากมูลกระบือ

บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิก bestfarmergroup 51 05

  1. สมาชิกมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เช่น การประชุมกลุ่มทุก 3 เดือน สมาชิกทุกคนสามารถกู้เงินจากกลุ่มได้ รวมทั้งสามารถซื้อปัจจัยการผลิตในราคาถูก
  2. สมาชิกมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนและพัฒนากลุ่ม โดยการร่วมตัดสินใจกำหนดการรับแม่กระบือไปให้สมาชิกเลี้ยงโดยการประชุมตกลงตามมติของที่ประชุม
  3. สมาชิกเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมความรู้ในด้านการพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ควายไทยและสิ่งแวดล้อม
  4. สมาชิกได้รับผลประโยชน์ร่วมกันจากการทำกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่ม เช่น การรับเงินปันผลจากกองทุน

ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจ

bestfarmergroup 51 06จากการที่กลุ่มมีคณะกรรมการที่เข้มแข็งและมีการประชุมทำความเข้าใจกับสมาชิกโดยตลอด ทำให้กลุ่มมีกระบือหมุนเวียนของกลุ่ม จำนวน 66 ตัว จากการคืนกระบือจากสมาชิก คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 528,000 บาท เพื่อจะได้ขยายให้กับสมาชิกรายใหม่ต่อไป และจากการดำเนินการในกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่ม ปัจจุบันกลุ่มมีเงินทุนสำหรับบริหารจัดการ จำนวน 60,500 บาท

 

 

 

 

 

กิจกรรมสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  1. ร่วมปลูกป่าบริเวณวัดในชุมชน จำนวน 8 ไร่ บริจาคกระบือ จำนวน 5 ตัว นำเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปใช้ใน
  2. กิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น บำรุงศาสนา ทุนการศึกษา เป็นต้น
  3. อนุรักษ์ให้สมาชิกใช้สมุนไพร มาใช้ในการบำรุงสุขภาพ ถ่ายพยาธิภายในและภายนอก ตลอดจนการรักษาการเจ็บป่วยของกระบือในกลุ่มในกรณีที่เป็นโรคไม่ร้ายแรง
  4. รณรงค์ให้สมาชิกใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี และให้ใช้น้ำหมักชีวภาพทดแทนการใช้สารไล่แมลงหรือยาฆ่าแมลง พร้อมสร้างจิตสำนึกให้กับลูกหลานเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติด้วย

bestfarmergroup 51 07  bestfarmergroup 51 08

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 06 กันยายน 2012 เวลา 19:50 น.
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.