นับจำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้62
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้128
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้873
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว948
mod_vvisit_counterเดือนนี้2637
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด794675

Your IP 103.55.140.129
Today: 20 ต.ค. 2019

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

...คู่มือแผนปฏิบัติงานส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562...

Home Press releases กรมปศุสัตว์คุมโรคไข้หวัดนกเข้ม ต้องไม่มีสัตว์ปีกลักลอบเข้าประเทศไทย (136/2555)
กรมปศุสัตว์คุมโรคไข้หวัดนกเข้ม ต้องไม่มีสัตว์ปีกลักลอบเข้าประเทศไทย (136/2555) PDF พิมพ์ อีเมล
วันอังคารที่ 11 กันยายน 2012 เวลา 10:54 น.

กรมปศุสัตว์ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกเข้ม เพื่อไม่ให้เกิดโรคในประเทศไทย พร้อมปฏิบัติร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจสอบและเก็บตัวอย่างอุจจาระ ซากของนกอพยพ และนกธรรมชาติทั่วประเทศประสานทุกหน่วยงานด่านชายแดนเข้มงวดตรวจสอบบุคคลเข้าออกต้องไม่มีการนำสัตว์ปีกเข้ามาในประเทศ

          นายทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากที่มีข่าวการเกิดโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยนั้น กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง และได้ดำเนินการร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชในการตรวจสอบและเก็บตัวอย่างอุจจาระ และซากของนกอพยพ และนกธรรมชาติในแหล่งที่นกอาศัยอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งเฝ้าติดตามสถานการณ์การเกิดโรคระบาดในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการตามมาตรการเพื่อป้องกัน และควบคุม ไม่ให้เกิดโรคในประเทศไทยได้

          สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่มากกว่า 40 ครั้ง ทำลายสัตว์ปีกไปกว่า 1.8 แสนตัว และจากรายงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการป้องกันโรคไข้หวัดนกแห่งชาติของเวียดนาม พบว่าสายพันธุ์ของเชื้อไข้หวัดนก H5N1การเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดการระบาดที่รุนแรงขึ้น และเป็นไปได้ว่าเชื้อโรคดังกล่าวได้แพร่ระบาดมาจากประเทศจีน โดยมีรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2555 เกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกชนิด H5N1 ขึ้น 3 จุด ในพื้นที่ตำบล Lien Loc และ Hoa Loc ของเมือง Thanh hoa และตำบล Hauh Thuan ของเมือง Quang ngai ทางตอนเหนือของประเทศติดต่อกับประเทศจีน และตอนกลางของประเทศ

          อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในเวียดนาม อาจมีโอกาสแพร่ระบาดมายังประเทศไทยได้ทางนกอพยพ หรือนกธรรมชาติที่บินเข้ามาสู่ประเทศไทย และการลักลอบนำสัตว์ปีกเข้ามาตามบริเวณแนวชายแดนผ่านทางประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชในการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่างอุจจาระและซากของนกอพยพ และนกธรรมชาติในแหล่งที่นกอาศัยอยู่ทั่วประเทศ หากพบว่ามีนกตายผิดปกติ หรือพบเชื้อโรคไข้หวัดนกจะเข้าควบคุมโรคในพื้นที่ทันที และได้สั่งการให้ด่านกักสัตว์ตามแนวชายแดนทุกด่านร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ ศุลกากร เข้มงวดตรวจสอบบุคคลเข้าออกต้องไม่มีการนำสัตว์ปีกเข้ามาในประเทศ พร้อมทั้งพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะเข้า-ออก ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ รถเข็น ตลอดจนบุคคลที่เดินเท้าเข้ามา หากพบการกระทำผิดจะจับกุมดำเนินคดีและทำลายสัตว์ปีกหรือซากสัตว์ปีกทันที

          อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกิจกรรม ดังนี้

         1) กำหนดให้มีการรณรงค์ค้นหาโรคไข้หวัดนกแบบบูรณาการ ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกครัวเรือน พร้อมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่างอุจจาระสัตว์ปีก (cloacal swab) ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

         2) กำหนดให้มีการทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงปีละ 4 ครั้ง ในเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมของทุกปี โดยเน้นพื้นที่ที่มีสัตว์ปีกป่วยตาย พื้นที่ที่มีนกอพยพ นกธรรมชาติอาศัยอยู่ พื้นที่ตามแนวชายแดน โรงฆ่าสัตว์ปีก เป็นต้น

         3) ควบคุมเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก และซากสัตว์ปีกระหว่างจังหวัดและระหว่างโซน ซึ่งปัจจุบันมีการแบ่งพื้นที่การควบคุมเป็น 5 โซน มีจุดตรวจสอบการเคลื่อนย้ายระหว่างโซน 32 จุด

         4) พัฒนาการเลี้ยงสัตว์ปีกในรูปแบบฟาร์มปิดและฟาร์มมาตรฐาน ฟาร์มคอมพาร์ทเมนต์ ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

         5) ปรับระบบการเลี้ยงไก่พื้นเมืองและสัตว์ปีกที่เลี้ยงแบบหลังบ้าน (back yard) ให้มีเล้าหรือโรงเรือนที่สามารถป้องกันแดด ลม ฝน และพาหะนำเชื้อโรคระบาดได้

         6) ขึ้นทะเบียนเป็ดไล่ทุ่งและจำกัดพื้นที่การเลี้ยงให้อยู่ภายในตำบลหรืออำเภอเดียว พร้อมทั้งมีการสุ่มเก็บตัวอย่างอุจจาระตรวจทุกฝูง ปีละ 2 ครั้ง ตลอดจนส่งเสริมให้มีการเลี้ยงเป็นระบบฟาร์ม

         7) ประสานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชในการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในนกอพยพและนกธรรมชาติ และเก็บตัวอย่างอุจจาระ ซาก ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในแหล่งสร้างรังวางไข่ (colony) ปีละ 4 ครั้ง นอกจากนี้มีการสำรวจเส้นทางบินของนกเพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนเฝ้าระวังโรค

         8) ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดในการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกร่วมกัน

         สำหรับการติดตามสถานการณ์โรคไข้หวัดนกทั่วโลก ตั้งแต่เดือนมกราคม – ปัจจุบัน (11 กันยายน 2555) พบว่า ในสัตว์ปีกเกิดในประเทศจีน เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เวียดนาม บังคลาเทศ เนปาล อินเดีย ภูฏาน แอฟริกาใต้ ไต้หวัน อิสราแอล เม็กซิโก เมียนมาร์ กัมพูชา อียิปต์ และอินโดนีเซีย ส่วนในคนพบในประเทศอียิปต์ อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา บังคลาเทศ และจีน ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้เฝ้าติดตามการเกิดโรคระบาดในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการตามมาตรการเพื่อป้องกัน และควบคุม ไม่ให้เกิดโรคในประเทศไทยได้

……………………………………………………….

ข้อมูล : สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์

เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กรมปศุสัตว์

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 11 กันยายน 2012 เวลา 10:57 น.
 

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าสนใจ

ช่องทางการร้องเรียน

สามารถร้องเรียน และตรวจสอบการดำเนินงานได้ โดยผ่านช่องทางการติดต่อ ดังนี้

1.  ทางไปรษณีย์  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์   กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม. 10400)

2.  ทางโทรศัพท์  0 2653 4444  ต่อ 3311

3.  ทางโทรสาร 0 2653 4928

4.  ทาง e-mail : gtransfer@dld.go.th

5.  ร้องเรียนด้วยตนเอง  (กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์  อาคารชัยอัศวรักษ์  ชั้น 5  กรมปศุสัตว์  ถนนพญาไท  เขตราชเทวี  กทม.  10400)


 

Copyright 2013. Bureau of Livestock Extension and Development. All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย นางสาวเยี่ยมพร  ภิเศก

โทรศัพท์ 0 2653 4444  ต่อ 3365 โทรสาร 0 2653 4928  E-mail : transfer6[at]dld.go.th

การปฏิเสธความรับผิด // ประกาศนโยบายเว็บไซต์
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL. เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Joomla! LaiThai

Valid XHTML and CSS.