สถานการณ์การตลาดและการค้าสินค้าปศุสัตว์และสัตว์ปีกของโลกปี 2550 พิมพ์
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:18 น.

 

สถานการณ์การตลาดและการค้า
สินค้าปศุสัตว์และสัตว์ปีกของโลกปี 2550

(บทวิเคราะห์สถานการณ์สินค้าปศุสัตว์)
  • ปี 2550 การค้าเนื้อสัตว์สีแดงและสัตว์ปีกคาดว่ามีปริมาณมากขึ้นเนื่องจาก ข้อจำกัดด้านการค้าที่เกี่ยวกับโรคระบาดสัตว์ลดลง
                    การค้าสัตว์ปีกและเนื้อสัตว์สีแดงในประเทศสำคัญยังคงมีปริมาณมากในปี 2550 การส่งออกเนื้อโค เนื้อสุกร และเนื้อไก่ของผู้ส่งออกสำคัญจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 , ร้อยละ 2.6 และ ร้อยละ 4.1 ตามลำดับ คาดว่าการค้ากำลังฟื้นตัวต่อเนื่องภายหลังการเกิดโรคระบาดสัตว์ ทั้งโรควัวบ้า โรคปากและเท้าเปื่อยและโรคไข้หวัดนก
    การส่งออกเนื้อสัตว์ของสหรัฐฯ
                    1.  เนื้อสุกร
                         การส่งออกเนื้อสุกรของสหรัฐฯ คาดว่าเติบโตเป็นอย่างมากในปี 2550 ปริมาณการส่งออกคาดว่าเป็น 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นสองเท่าจากปี 2545 เนื่องจากได้เปรียบในเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์
    ราคาที่แข่งขันได้ อัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง และ ความต้องการในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
                    2.  เนื้อสัตว์ปีก
                         การส่งออกเนื้อไก่ของสหรัฐฯ คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 ในปี 2550 เป็น 2.5 ล้านตัน สำหรับการส่งออกไก่งวงของสหรัฐฯ คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 เป็น 261,000 ตัน
                    3.  เนื้อโค
                         ตลาดเนื้อโคของสหรัฐฯ ฟื้นตัวเนื่องจากการยกเลิกข้อจำกัดโรควัวบ้าในประเทศผู้นำเข้าสำคัญ คาดว่าการส่งออกในปี 2550 เป็น 680,000 ตัน โดยในปี 2546 สหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกเนื้อโคที่ครองส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 18 ของผู้ส่งออกสำคัญ  หลังจากนั้นในปี 2547 สัดส่วนปริมาณการส่งออกลดลงเป็นร้อยละ 3  และคาดว่าในปี 2550 สัดส่วนปริมาณการส่งออกเนื้อโคของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9
    Image
    Image
    Image
  • คาดการณ์สถานการณ์เนื้อโคปี 2550
                การส่งออกเพิ่มขึ้นเนื่องจากข้อจำกัดการค้าด้านโรคติดต่อลดลง
                ปริมาณการขายเนื้อโคถูกทำให้ลดลงด้วยผลกระทบด้านลบจากโรควัวบ้าและโรคปากและ เท้าเปื่อย คาดว่าการส่งออกเนื้อโคของประเทศสำคัญในปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ในขณะที่ผู้ค้าเนื้อโคสำคัญบางราย ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย อินเดีย และ นิวซีแลนด์ซึ่งไม่เกิดโรคระบาดดังกล่าว แต่ได้รับผลดีจากการลดข้อจำกัดการค้า ส่วนปริมาณการส่งออกเนื้อโคของสหรัฐฯ และ แคนาดายังฟื้นตัวไม่เต็มที่ คาดว่าในปี 2550 ปริมาณการส่งออกเนื้อโคของประเทศทั้งสองจะลดลงร้อยละ 28 และ ร้อยละ 39 จากปี 2545 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามการส่งออกเนื้อโคของสหรัฐฯ กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และ คาดว่าในปี 2550 ปริมาณการส่งออกจะเป็น 680,000 ตัน

                ปริมาณการผลิตและการบริโภคเติบโตในปี 2550 
                คาดว่าปริมาณการผลิตและการบริโภคเนื้อโคของประเทศสำคัญในปี 2550 จะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 2 โดยประเทศจีน บราซิลและสหรัฐฯ จะผลิตเนื้อโคมากที่สุด ทั้งนี้การผลิตเนื้อโคของจีนเติบโตร้อยละ 5 – 7 ต่อปี ตั้งแต่ ปี 2545 เป็นต้นมา และคาดว่าในปี 2550 จะเติบโตเกินร้อยละ 5 เนื่องจากการขยายขนาดฝูงโค ปริมาณการผลิตเนื้อโคของจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยความต้องการ บริโภคภายในประเทศที่สูงขึ้นจากรายได้ที่ใช้จ่ายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น และ ผู้บริโภคที่เคยบริโภคเนื้อไก่หันมาบริโภคเนื้อโคแทนเนื่องจากเกิดโรคไข้ หวัดนก ในทำนองเดียวกัน การผลิตเนื้อโคของบราซิลคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 3 ในปี 2550 ด้วยปัจจัยความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่ายังคงเกิดโรคปากและเท้าเปื่อยในบราซิล แต่เกษตรกรยังคงขยายฝูงโคเนื้อ โดยการลงทุนด้านพันธุกรรมและการสนับสนุนของรัฐบาลเพื่อปรับปรุงการผลิต

                  การส่งออกเนื้อโคของบราซิลขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากข้อจำกัดโรคปากและเท้าเปื่อยลดลง
                  คาดว่าการส่งออกเนื้อโคของบราซิลในปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เนื่องจากการยกเลิกข้อกำหนดห้ามนำเข้าเนื้อโคด้วยสาเหตุโรคปากและเท้า เปื่อย  บราซิลสูญเสียการส่งออกในรัสเซียซึ่งเป็นตลาดหลักและสูญเสียตลาดชิลีและ สหภาพยุโรปในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 อย่างไรก็ตาม การส่งออกเนื้อโคของบราซิลในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 ยังไม่ลดลงเนื่องจากสามารถขยายตลาดเนื้อโคในประเทศอียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย อิสราเอล โรมาเนียและประเทศที่มีตลาดเล็ก ซึ่งบราซิลยังคงใช้กลยุทธ์การขยายในตลาดที่มิใช่ตลาดหลักในช่วงครึ่งหลังปี 2549 จนถึง ปี 2550

                  ญี่ปุ่น ผู้ชนะและผู้สูญเสีย
                  คาดว่าในปี 2550 ปริมาณการนำเข้าเนื้อโคของญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ด้วยราคาเนื้อโคภายในประเทศที่สูงส่งผลให้การบริโภคเนื้อโคภายในประเทศ ญี่ปุ่นลดลง แต่เนื้อโคจากสหรัฐฯ ที่ส่งมาขายในญี่ปุ่นได้อีกครั้งอาจช่วยทำให้ราคาเนื้อโคในญี่ปุ่นลดลง แต่การเริ่มต้นส่งออกเนื้อโคสหรัฐฯ มายังญี่ปุ่นอาจล่าช้า เนื่องจากราคาเนื้อโคในสหรัฐฯยังคงสูง ประกอบกับความกังวลของผู้บริโภค และ ความเข้มงวดในการตรวจสอบที่ท่าเรือ  นอกจากนั้น การส่งออกเนื้อโคของสหรัฐฯ ยังคงมีข้อจำกัดจากการกำหนดอายุโคเชือดต้องไม่เกิน 21 เดือน บรรดาร้านอาหารที่ทำอาหารประเภท beef bowl และ barbeque ซึ่งได้เปลี่ยนมาใช้เนื้อโคจากออสเตรเลียในช่วงก่อน พบว่าเนื้อโคออสเตรเลียไม่เหมาะสมกับการปรุงอาหารดังกล่าว และน่าจะกลับมาใช้เนื้อโคจากสหรัฐฯ เช่นเดิม และคาดว่าการที่เนื้อโคสหรัฐฯ สามารถขายได้ในญี่ปุ่น จะส่งผลให้การส่งออกเนื้อโคออสเตรเลียมาญี่ปุ่นลดลง
    Image
    Image
    Image
    Image
  • คาดการณ์สถานการณ์เนื้อสุกรปี 2550
                  ปริมาณการผลิตและการบริโภคเนื้อสุกรในปี 2550
                  การผลิตเนื้อสุกรของประเทศสำคัญในปี 2550 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 4 เป็น 103 ล้านตัน เนื่องจากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตที่มีสัดส่วนปริมาณการผลิตประมาณร้อยละ 50 ของปริมาณการผลิตทั้งหมด มีปริมาณการผลิตเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น
        
                  การผลิตเนื้อสุกรของจีนขยายตัวอย่างช้า ๆ ใน ปี 2550 แต่ยังคงมีปริมาณมาก
                  คาดว่าในปี 2550 ปริมาณการผลิตและการบริโภคเนื้อสุกรของจีนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5  เป็น 55.8 และ 55.3 ล้านตัน ตามลำดับ โดยการผลิตเนื้อสุกรในช่วงปี 2550 – 2551 คาดว่าจะเติบโตช้าเนื่องจากราคาที่ต่ำ อย่างไรก็ตามการบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วยสาเหตุการขยายเมือง (urbanization) และรายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นการบริโภคเนื้อสุกรในประเทศจีนยังได้รับประโยชน์จากการระบาดของ โรคไข้หวัดนกซึ่งผู้บริโภคเปลี่ยนการบริโภคเนื้อไก่เป็นบริโภคเนื้อสุกรแทน
                   ในปี 2550 การส่งออกเนื้อสุกรของบางประเทศเพิ่มขึ้น
                   คาดว่าการส่งออกเนื้อสุกรในปี 2550 เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 3 เป็น 5.3 ล้านตัน ซึ่งแต่เดิมในปี 2549 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 1 โดยการส่งออกเนื้อสุกรเพิ่มขึ้นเนื่องจากการขยายปริมาณการส่งออกฯ ของประเทศสหรัฐฯ และบราซิล
                   ผลกระทบจากการเปิดตลาดอีกครั้งให้เนื้อโคสหรัฐฯ ต่อประเทศญี่ปุ่น
                   การนำเข้าเนื้อสุกรของญี่ปุ่นคาดว่าจะลดลงร้อยละ 2 เป็น 1.2 ล้านตัน โดยการเปิดตลาดอีกครั้งให้เนื้อโคสหรัฐฯจะยังไม่มีผลต่อการนำเข้าเนื้อสุกร ของญี่ปุ่นก็ตาม แต่ปริมาณสต็อกที่เพิ่มขึ้นและการใช้มาตรการรุนแรงกับการค้าแบบผิดกฎหมายจะ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การนำเข้าลดลง

                   การส่งออกเนื้อสุกรของบราซิลฟื้นตัวขึ้นในปี 2550 แต่ การค้ากับรัสเซียลดลง
                   การฟื้นตัวจากปริมาณการผลิตที่ลดลงใน ปี 2549 ทำให้คาดว่าปริมาณการผลิตเนื้อสุกรในปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เป็น 2.9 ล้านตัน เนื่องจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นและการส่งออกที่ฟื้นตัว จากการเกิดโรคปากและเท้าเปื่อยเมื่อตอนปลายปี 2549 โดยประเทศรัสเซียเป็นตลาดหลักสำหรับการส่งออกเนื้อสุกรของบราซิลด้วยสัดส่วน ปริมาณการส่งออกร้อยละ 67 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2549 การส่งออกเนื้อสุกรของบราซิลไปรัสเซียลดลงร้อยละ 44 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2548 อย่างไรก็ตามการส่งออกไปยังประเทศที่เป็นตลาดรองเพิ่มขึ้นได้แก่ ประเทศฮ่องกง สิงคโปร์ และ ยูเครน คาดว่าการส่งออกเนื้อสุกรของบราซิลในปี 2549 จะลดลงร้อยละ 29 แต่การส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดรองซึ่งไปชดเชยตลาดหลัก จะทำให้ปริมาณการส่งออกเนื้อสุกรของบราซิลในปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เป็น 570,000 ล้านตัน

                  ปริมาณการส่งออกเนื้อสุกรของสหรัฐฯ มีจำนวนมากเป็นประวัติการ  
                  คาดว่าการส่งออกเนื้อสุกรของสหรัฐฯ ในปี 2550 จะเพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการจนทำให้ปริมาณการส่งออกเกิน 1.4 ล้านตัน ทั้งนี้ปริมาณเนื้อสุกรที่ส่งออกของสหรัฐฯ ในปี 2548 มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 12.8 ของปริมาณการผลิตเท่านั้น แต่คาดว่าในปี 2550 สัดส่วนปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 14.3  โดยปริมาณการส่งออกเนื้อสุกรของสหรัฐฯ ไปรัสเซียจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากบราซิลยังคงติดปัญหาโรคปากและเท้าเปื่อยและ ไม่สามารถส่งออกไปตลาดรัสเซียได้ ซึ่งทำให้ประเทศที่ได้รับผลประโยชน์คือ สหรัฐฯ แคนาดา และ สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดเนื้อสุกรรัสเซียรองจากบราซิล
    Image
    Image
    Image
    Image

  • คาดการณ์สถานการณ์เนื้อไก่ ปี 2550

                  
    การส่งออกเนื้อไก่ในปี 2550 กลับสู่สภาพเดิม
                   คาดว่าในปี 2550 ปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ของประเทศสำคัญ จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เป็น 6.7 ล้านตัน หลังจากลดลงในปี 2548 แต่ส่วนแบ่งการตลาดของประเทศสำคัญยังคงเหมือนเดิม ไม่มีประเทศใดครองส่วนแบ่งการตลาดแตกต่างจากเดิม แต่คาดว่าส่วนแบ่งการตลาดของสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 37 และ ส่วนแบ่งการตลาดของบราซิลลดลงเหลือร้อยละ 38 ในขณะที่สหภาพยุโรปยังมีส่วนแบ่งการตลาดเท่าเดิมเป็นร้อยละ 10 ถึงแม้ว่าการส่งออกเนื้อไก่ของสหภาพยุโรปจะลดลงในปี 2547 แต่คาดว่าการส่งออกจะฟื้นตัวในปี 2550 หลังจากประเทศฝรั่งเศสถูกห้ามการส่งออกเนื้อไก่เป็นการชั่วคราวในปี 2549 เนื่องจากเกิดโรคไข้หวัดนกในฟาร์มสัตว์ปีกเพื่อการค้า

                    การส่งออกเนื้อไก่ของบราซิลในปี 2550 ปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
                    ประเทศบราซิลประสบความสำเร็จในการส่งออกเนื้อไก่ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปี 2548 แต่คาดว่าการส่งออกเนื้อไก่ในปี 2549 จะลดลงเนื่องจากความต้องการบริโภคเนื้อไก่ในประเทศซึ่งเป็นตลาดหลักลดลง ซึ่งเกิดจากค่าเงิน real ของบราซิลที่แข็งค่าขึ้นและการเกิดโรคไข้หวัดนกซึ่งทำให้ประเทศผู้นำเข้า เปลี่ยนไปบริโภคเนื้อสัตว์ชนิดอื่นแทนเนื้อไก่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้บราซิลต้องประสบกับภาวะเนื้อไก่ล้นตลาด คาดว่าการส่งออกเนื้อไก่ของบราซิลในปี 2550 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เป็น 2.6 ล้านตันเนื่องจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากภาวะโรคไข้หวัดนกที่ลดลง โดยส่งออกไปประเทศรัสเซียเพิ่มขึ้นด้วยการทำตลาดแนวรุก

                     การนำเข้าของประเทศสำคัญเพิ่มขึ้นในปี 2550
                     ถึงแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าการนำเข้าเนื้อไก่ของรัสเซียและญี่ปุ่นจะลดลงใน ปี 2550 แต่คาดว่าปริมาณการนำเข้าของประเทศสำคัญทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เป็น 5.3 ล้านตัน คาดว่าปริมาณการนำเข้าเนื้อไก่ของจีนในปี 2550 จะใกล้เคียงกับปี 2547 เนื่องจากไม่มีผลกระทบจากโรคไข้หวัดนก สำหรับการนำเข้าเนื้อไก่ของเม็กซิโกคาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ถึงแม้ว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ความต้องการเนื้อไก่สดเพื่อแปรรูปเพิ่มขึ้นในเม็กซิโกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำ ให้ปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังคาดว่าปริมาณการนำเข้าเนื้อไก่ของญี่ปุ่นในปี 2550 จะลดลงเนื่องจากปริมาณการผลิตที่มีเสถียรภาพและมีปริมาณสต็อกมาก

                    สหภาพยุโรปนำเข้าเนื้อไก่เพิ่มขึ้น
                    คาดว่าปริมาณการนำเข้าเนื้อไก่ของ สหภาพยุโรปในปี 2550 จะเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 8 เป็น 645,000 ตัน  ขณะที่สหภาพยุโรปได้นำมาตรการโควตาภาษี(TRQ) มาใช้กับกับเนื้อ ไก่ที่นำเข้าจากบราซิลและไทย แต่ในเดือนมิถุนายนต้องพ่ายแพ้ในข้อร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลกเรื่องการ นำเข้าเนื้อไก่แช่เกลือโดยต้องนำเข้าเนื้อไก่จากบราซิลและไทยเพิ่มขึ้นใน อัตราภาษีที่ต่ำลง

                   การนำเข้าเนื้อไก่ของรัสเซียลดลง 
                   รัสเซียเป็นผู้นำเข้าเนื้อไก่ราย ใหญ่ที่สุดของโลก แต่คาดว่าในปี 2550 ปริมาณนำเข้าเนื้อไก่จะลดลงร้อยละ 7 เป็น 1.2 ล้านตัน เนื่องจากปริมาณการผลิตเนื้อไก่ของรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ประเทศสหรัฐฯ เป็นแหล่งนำเข้าเนื้อไก่ที่สำคัญโดยครองส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 60 ที่เหลือเป็นการนำเข้าจากบราซิล
    Image
    Image
    Image
    Image
    ที่มา : กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา , Circular Series DL&P 2-06 October 2006.

    เรียบเรียงโดยกลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
    วันที่เผยแพร่ 27 พฤศจิกายน 2006
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 11:21 น.