กิจกรรมสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ พิมพ์
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2012 เวลา 16:03 น.

 

1. งานสนับสนุนการค้า

 หลักการและเหตุผล

             สืบเนื่องจากความล้มเหลวของการเจรจาการค้าในกรอบของ WTO ประกอบกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกระแสการเจรจาการค้าในระดับทวิภาคี ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงในการเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) กับ ประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหา Trade Diversion ที่อาจเกิดขึ้นกรณีที่ประเทศไทยหยุดนิ่งอยู่กับที่ นอกจากนี้ การจัดทำเขตการค้าเสรี ซึ่งเป็นความพยายามในการลดการกีดกันทางการค้าทั้งมาตรการทางด้านภาษี และมาตรการที่มิใช่ภาษี จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทย กับประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนการค้าระหว่างกันให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น นโยบายการจัดทำเขตการค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ ของรัฐบาล ไม่เพียงแต่เป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ และเกษตรกรภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภายใต้การแข่งขันที่ไม่มีมาตรการทางภาษีคุ้มครองอีกต่อไป

            ดังนั้น เพื่อให้การค้าสินค้าปศุสัตว์ขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้การแข่งขันในกรอบการค้าเสรี จึงมีความจำเป็นในการดำเนินการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ และผลกระทบที่มีต่อการค้าสินค้า ปศุสัตว์ของไทย รวมถึงการจัดสัมมนาเพื่อรวบรวมข้อคิดเห็น ประเด็นต่าง ๆ จากผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อรวบรวมนำเสนอในการจัดทำกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าปศุสัตว์ต่อไป

วัตถุประสงค์

            1. เพื่อสนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ๆ รวมทั้งการรักษาส่วนแบ่งตลาดเดิมของสินค้าปศุสัตว์

            2. เพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์การค้าสินค้าปศุสัตว์ของประเทศไทย

            3. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน

เป้าหมาย   

            นักวิชาการกรมปศุสัตว์ เกษตรกรและผู้ประกอบการ

 

ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

           1. กิจกรรมวิเคราะห์เศรษฐกิจการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ

                    1.1 ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ มาตรการธุรกิจและผลกระทบต่อข้อตกลง กฎ ระเบียบ จัดเตรียมข้อมูลและกำหนดท่าทีในการเจรจา และจัดทำฐานข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

                     1.2 รวบรวม ติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบที่มีต่อการค้าสินค้าปศุสัตว์ของไทยกับประเทศต่างๆ ภายใต้การดำเนินการตามความตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย เป็นต้น

           2. แสวงหาความร่วมมือด้านการปศุสัตว์กับประเทศคู่ค้า FTA เพื่อสร้างศักยภาพการผลิตและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน

           3. กิจกรรมประชุมสัมมนาเพื่อลดผลกระทบของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จากความตกลงการค้าเสรี จัดการประชุม/สัมมนา เพื่อรายงานความคืบหน้าและระดมความเห็นต่อสถานการณ์ในการดำเนินการค้า อุปสรรคและผลกระทบที่มีต่อผู้ประกอบการ เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ความตกลงเขตการ ค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ โดยจะจัดการประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 1 ครั้ง และสรุปผลการสัมมนา จากการรวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการ เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับการจัดทำกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าปศุสัตว์เพื่อรองรับการแข่งขันภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

            1.   ผู้ประกอบการได้ทราบสถานการณ์ทางการการค้า และผลกระทบจากการทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ

            2. สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาจัดทำแนวทาง นโยบาย มาตรการในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและลดผลกระทบจากการทำความตกลงเขตการค้าเสรี


2. งานประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

 หลักการและเหตุผล

              ในการประชุมระดับผู้นำอาเซียนที่เมืองพุกาม สหภาพพม่า เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2547 ผู้นำทั้ง 5 ประเทศคือ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนามและไทย ได้ร่วมกันออกปฏิญญาพุกาม (Bagan Declaration) รวมทั้งแผนปฏิบัติการ (Plan of Action)   ภายใต้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) บนหลักการที่เน้นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การสร้างงานโดยมีกิจกรรมที่เห็นผลเร็วมุ่งผล ประโยชน์ร่วมกัน และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมความเจริญทางเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้นานาประเทศนอก ACMECS และองค์การระหว่างประเทศได้มีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาในโครงการต่าง ๆ ครอบคลุมความร่วมมือ 5 สาขา คือ 1) การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน  2) ความร่วมมือด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม  3) การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม 4) การท่องเที่ยว  และ  5) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

            การพัฒนาการปศุสัตว์ของประเทศไทย มีความก้าวหน้าในระดับหนึ่ง ทั้งในด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ การพัฒนาพืชอาหารสัตว์และอาหารสัตว์รวมทั้งสาขาเทคโนโลยีการผสมเทียม การพัฒนาด้านสุขภาพสัตว์ การกักกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ จึงเห็นควรให้การสนับสนุนยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการปศุสัตว์แก่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านปศุสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์

            1. เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการในสาขาป้องกันโรคระบาดสัตว์ การปรับปรุงพันธ์สัตว์ สาขาพืชอาหารสัตว์และอาหารสัตว์ รวมทั้งสาขาเทคโนโลยีการผสมเทียมแก่ประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา ลาวพม่า และเวียดนาม)

            2. เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบธุรกิจการปศุสัตว์ของนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจของประเทศเพื่อนบ้านเป็นการแบ่งปันทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาปศุสัตว์

            3. เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้จากการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรของประเทศเพื่อนบ้าน 

เป้าหมาย  นักวิชาการกรมปศุสัตว์ พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

            1. วิเคราะห์ความต้องการพัฒนาด้านการปศุสัตว์ จัดทำกรอบและแนวทางการให้ความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาปศุสัตว์แก่ประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการปศุสัตว์ที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศ ในรูปแบบการจัดหลักสูตรอบรมระยะสั้น สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษา จัดสัมมนา ศึกษาดูงาน หรือวิจัยร่วม

            2. นำเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่น กระทรวงการต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ เช่น JICA, JIRCA, FAO เป็นต้น       

             3. จัดฝึกอบรมทางวิชาการทางด้านปศุสัตว์ กลุ่มประเทศสมาชิก ACMECS ปีละครั้ง

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

              1. ประเทศเพื่อนบ้านได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาวิจัยเพื่อการพัฒนา สำหรับการพัฒนาการผลิตปศุสัตว์ได้ครบวงจร

             2. ประเทศไทยมีแหล่งเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยทั้งในด้านสุขภาพสัตว์และสุขอนามัยของประชาชนเพิ่มเติมจากที่ผลิตได้ในประเทศ เพื่อให้ได้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค

             3. นักธุรกิจไทยสามารถขยายธุรกิจและเครือข่ายธุรกิจด้านปศุสัตว์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งมีโอกาสในการเป็นประเทศคู่ค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการร่วมกันเป็นแหล่งผลิตอาหารส่งออกที่สำคัญซึ่งมีความปลอดภัยทั้งในด้านสุขภาพสัตว์และสุขอนามัยของประชาชน

             4. มีการเสริมรายได้ในด้านการเลี้ยงปศุสัตว์ให้กับประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน

             5. มีการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในระดับต่าง ๆ ระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2012 เวลา 16:18 น.