Black mourning ribbon for websites, top left corner, ริบบิ้นไว้ทุกข์สีดำ มุมบนซ้าย สำหรับแสดงความอาลัยบนเว็บไซต์

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ปี 2552)

 

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์) ประจำปี พ.ศ.2552

bestfarmergroup 52 01กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ตำบลคอรุม

ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

จัดตั้งเมื่อ          ปี 2544

จดทะเบียน        เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2546 เลขทะเบียน อต 65/2546

สมาชิกแรกตั้ง    จำนวน 30 คน สมาชิกปัจจุบัน จำนวน 75 คน

อาชีพ                เลี้ยงโคเนื้อ

ประธานกลุ่ม       นายจรัญ มากบ้านบึง

ที่ทำการกลุ่ม      เลขที่ 82 หมู่ที่ 2 ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

โทรศัพท์                08-7917-4237

ผลงานดีเด่น

ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน

bestfarmergroup 52 02           ในพื้นที่ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ นอกเหนือจากการทำนาแล้ว เกษตรกรมีการเลี้ยงโคอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นลักษณะต่างคนต่างเลี้ยง ไม่มีระบบการจัดการแต่อย่างใด และเนื่องจากในอดีตการคมนาคมและสื่อสารต่างๆ ไม่สะดวก ทำให้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดในโค-กระบือไม่ทั่วถึง ขาดการพัฒนาการเลี้ยงโค-กระบือที่ถูกต้อง ทั้งด้านพันธุ์สัตว์และด้านอาหารสัตว์ ทำให้โคของเกษตรกรเกิดโรค เติบโตช้า แคระแกรน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคจึงได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ตำบลคอรุมขึ้นเมื่อปี 2544 มีสมาชิกเริ่มจัดตั้ง จำนวน 30 คน เพื่อสะดวกในการประสานขอรับการสนับสนุนในด้านความรู้ทางด้านวิชาการ การให้บริการ ตลอดจนขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่างๆ และสามารถต่อรองกำหนดราคาสินค้าของสมาชิกได้

          ต่อมากลุ่มฯ มีความเข้มแข็งจึงได้จดทะเบียน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2546 สมาชิก 58 ราย โค 600 ตัว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อสร้างรายได้ให้สมาชิก ให้สมาชิกมีการดำเนินกิจการร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตลอดจนร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเป็นระบบ และผลิตปุ๋ยคอกใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี เพื่อลดรายจ่ายและรักษาสิ่งแวดล้อม

ความสามารถในการบริหารและการจัดการสถาบัน

bestfarmergroup 52 03           ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์คอรุม มีสมาชิก 75 ราย มีโคเนื้อของสมาชิก 1,100 ตัว การบริหารจัดการของกลุ่มยึดหลักการมีส่วนร่วมของสมาชิก คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ทำการบริหารโดยคณะกรรมการที่มีโครงสร้างการบริหารองค์กรที่ชัดเจน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ เลขานุการ เหรัญญิก และกรรมการอีก 5 คน รวม 9 คน โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์เป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้คณะกรรมการต่างๆ มีบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจนและมีการคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ทุกๆ 2 ปี เมื่อครบวาระมีการประชุมสมาชิกทุกๆ 3 เดือน

           และจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกปีกลุ่มฯ สามารถดำเนินการบริหารตามระเบียบข้อบังคับของกลุ่ม ทำให้สามารถปิดบัญชีกลุ่มได้ทุกปี กลุ่มได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ โดยพัฒนาปรับปรุงพันธุ์โคของสมาชิก โดยพ่อพันธุ์และการผสมเทียม ส่งเสริมให้สมาชิกจัดทำแปลงหญ้าส่วนตัวและสำรองฟางอัดฟ่อนเพื่อลดรายจ่ายค่าอาหารหยาบ จัดอบรมศึกษาดูงานการเลี้ยงโคเนื้อจากฟาร์มเอกชนที่ประสบผลสำเร็จและจากหน่วยงานราชการ และจัดระบบการขายโคเนื้อของกลุ่มโดยการสร้างคอกโคของกลุ่มในตลาดนัดโค-กระบือ บ้านน้ำอ่าง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ยังได้จัดหาสินเชื่อให้สมาชิกยืมไปใช้ในกิจกรรมการเลี้ยงโคเนื้อ กำหนดให้สมาชิกออมเงินสัจจะ บริการอัดฟางฟ่อนจำหน่ายในราคาถูก จัดตั้งกองทุนกากน้ำตาล ตลอดจนบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดใน โค-กระบือของสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ จากความสามารถในการบริหารจัดการที่เข้มแข็งของคณะกรรมการฯ ทำให้สมาชิกมีความสามัคคีและเชื่อมั่นในองค์กร ยอมรับและปฏิบัติตามมติของกลุ่มอย่างเคร่งครัด ตลอดจนร่วมกันประกอบกิจกรรมของกลุ่มอย่างพร้อมเพรียงกัน

           จากการดำเนินงานที่เข้มแข็งของคณะกรรมการ ความรักสามัคคี ความร่วมมือกันของสมาชิก และมีการขยายงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น ธ.ก.ส. ให้เงินกู้แก่กลุ่ม เงิน 1,500,000 บาท อบจ.อุตรดิตถ์ ให้การสนับสนุนเครื่องอัดฟางฟ่อนอัตโนมัติ 1 เครื่อง เงิน 500,000 บาท งบประมาณจัดงานวันโคบาล เงิน 50,000 บาท อบต.คอรุม สนับสนุนอุปกรณ์ผสมเทียม 1 ชุด เงิน 68,000 บาท ซองเหล็กบังคับสัตว์ 1 ชุด เงิน 50,000 บาท และงบประมาณอบรมศึกษาดูงานทุกปี เงิน 50,000 บาท

บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสถาบัน

bestfarmergroup 52 04            สมาชิกจะเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีทุกปี เพื่อร่วมพิจารณาผลการดำเนินงานตามแผนงานที่ผ่านมาของกลุ่ม ร่วมรับรองงบรายจ่ายประจำปี ตลอดจนเสนอข้อคิดเห็นเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงานของปีต่อไป ร่วมลงคะแนนคัดเลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่มทุก 2 ปี และในทุกๆ 3 เดือน สมาชิกจะร่วมประชุมเพื่อนำเสนอข้อปัญหาอุปสรรค ตลอดจนรับทราบข้อปฏิบัติหรือประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สมาชิกมีความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีผู้เชี่ยวชาญช่วยในการประเมินราคาโคที่สมาชิกจะจำหน่าย ทำให้ไม่ถูกกดราคาจากพ่อค้า สมาชิกร่วมกันปฏิบัติตามกฎระเบียบของกลุ่ม สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา มีการลงหุ้นอย่างครบถ้วน ปัจจุบันมีหุ้นอยู่ทั้งสิ้น 654 หุ้น เงิน 32,700 บาท มีการออมเงินทุกๆ เดือน คนละไม่ต่ำกว่า 50 บาท ทำให้มีเงินรับฝากสัจจะ/ออมทรัพย์ ถึง 202,060 บาท นอกจากนั้นยังได้ร่วมกันอัดฟางฟ่อนเพื่อเป็นรายได้กลุ่ม ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดอย่างครบถ้วน และร่วมจัดงาน วันโคบาล เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและพัฒนาพันธุ์โคของสมาชิก

           จากการที่สมาชิกยอมรับและปฏิบัติตามมติของกลุ่มอย่างเคร่งครัดทำให้สมาชิกสามารถลดรายจ่ายในการเลี้ยงโคลงในด้านอาหารหยาบ (หญ้าสด ฟางอัดฟ่อน) คิดเป็นมูลค่าเงิน 2,000,000 บาท ยารักษาโรคและถ่ายพยาธิ เงิน 100,000 บาท และใช้มูลโคเป็นปุ๋ยคอกทดแทนปุ๋ยเคมี เงิน 800,000 บาทต่อปี ในปี 2551 สมาชิกมีรายได้จากการจำหน่ายโคผ่านทางคอกกลางของกลุ่มที่ตลาดนัดโค-กระบือ จำนวน 213 ตัว คิดเป็นมูลค่า 1,491,000 บาท

ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบัน

bestfarmergroup 52 05            กลุ่มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยึดถือระเบียบการรับ-จ่ายและและเก็บรักษาเงินอย่างเคร่งครัดและกลุ่มได้รับการยอมรับจากสมาชิก ตลอดจนสถาบันต่างๆ ทำให้กลุ่มมีทุนดำเนินการ จำนวน 2,892,562 บาท ประกอบด้วย ทุนเรือนหุ้น 32,700 บาท ทุนสำรอง 77,335 บาท ทุนสะสม 14,300 บาท เงินกู้และเงินรับฝากออมทรัพย์ 1,776,983 บาท กำไร 108,244 บาท รถไถ 1 คัน 250,000 บาท เครื่องอัดฟางอัตโนมัติ 500,000 บาท ซองเหล็กบังคับสัตว์ 50,000 บาท อุปกรณ์ผสมเทียม 1 ชุด 68,000 บาท และคอกโค ณ ตลาดนัด 15,000 บาท

           จากผลการดำเนินงานดังกล่าวทำให้กลุ่มมีกำไร ดังนี้ ปี 2550 เงิน 36,804.66 บาท และปี 2551 กำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงิน 131,056.28 บาท

ในด้านความมั่นคงของกลุ่มนอกจากทุนดำเนินการแล้ว กลุ่มยังได้จัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม โดยสมาชิกทุกคนชำระเบี้ยประกันคนละ 100 บาท/ปี เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายของธุรกิจและช่วยเหลือผู้ค้ำประกันของสมาชิก

          นอกจากสินทรัพย์ของกลุ่มแล้ว ยังมีสินทรัพย์ส่วนบุคคล ได้แก่ โคเนื้อของสมาชิกทั้ง 75 ราย เลี้ยงโคเนื้ออยู่ 1,100 ตัว คิดเป็นมูลค่า 11,000,000 บาท โดยสมาชิกเลี้ยงโคสูงสุด 60 ตัว และต่ำสุด 5 ตัว

 bestfarmergroup 52 06  bestfarmergroup 52 07  bestfarmergroup 52 08

 

การทำกิจกรรมด้านสาธารณะประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

bestfarmergroup 52 09            กิจกรรมด้านสาธารณะประโยชน์

           1) ให้ความร่วมมือในการให้ยืมซองเหล็กบังคับสัตว์เพื่อใช้จัดงานต่างๆ
           2) ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโค-กระบือแก่เกษตรกรในพื้นที่
           3) ร่วมกิจกรรมสืบสานงานประเพณีตักบาตรเทโวของตำบล
           4) บริจาคเงินทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาให้กับโรงเรียนในชุมชน
           5) ร่วมทำบุญเมื่อสมาชิกเสียชีวิต และสนับสนุนกีฬาเยาวชนโรงเรียน และ
           6) สนับสนุนกีฬาเยาวชนของโรงเรียนบ้านคลองกล้วย

bestfarmergroup 52 10           กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
           1) สมาชิกปลูกพืชอาหารสัตว์โดยใช้ปุ๋ยคอก (มูลโค) แทนปุ๋ยเคมี
           2) รณรงค์ให้สมาชิกปลูกและใช้สมุนไพรรักษาโรคสัตว์
           3) ส่งเสริมให้สมาชิกใช้มูลโคทดแทนปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูกต่างๆ
           4) ส่งเสริมให้เกษตรกรในตำบลคอรุมทำการเกษตรอินทรีย์ และ
           5) รณรงค์ให้สมาชิกนำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น ฟางข้าว ต้นข้าวโพด กากผักบุ้ง กากถั่วเหลือง ฯลฯ