สรุปสถานการณ์การค้าสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศในช่วงสามไตรมาสของปี พ.ศ. 2549

  • ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2549  ดุลการค้าสินค้าปศุสัตว์ของไทยอยู่ในภาวะเกินดุลการค้ามูลค่า 5,726.64 ล้านบาท แตกต่างจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ขาดดุลการค้า เนื่องจากมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยในช่วงนี้มีมูลค่าสูงกว่า มูลค่านำเข้า ตามความสามารถของการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มูลค่าการส่งออกไก่และผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนมูลค่าถึงร้อยละ 48 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ทั้งหมดปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็น 22,779.12 ล้านบาท  รายละเอียดตามตารางดังต่อไปนี้
    Image

               จากข้อมูลที่ปรากฏในตารางข้างต้น สินค้าปศุสัตว์นำเข้าที่สำคัญคือ วัตถุดิบอาหารสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์ และ โคกระบือและผลิตภัณฑ์ ตามลำดับ และสินค้าปศุสัตว์ส่งออกที่สำคัญคือ ไก่และผลิตภัณฑ์ โคกระบือและผลิตภัณฑ์ และ นมและผลิตภัณฑ์ อาจกล่าวได้ว่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยต้องพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบ จากต่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกเนื้อไก่ปรุงแต่งที่มีมูลค่าสูงที่สุดต้องใช้วัตถุดิบ อาหารสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากปริมาณในประเทศไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้ประโยชน์เนื่องจากมูลค่าการส่งออกมากกว่ามูลค่านำเข้า

               สินค้าปศุสัตว์นำเข้าที่มีมูลค่ามาก ที่สุด 5 ลำดับแรก คือ กากถั่วเหลือง นมผงขาดมันเนย หนังโคกระบือสภาพแห้งฟอกแบบอื่น นมผงเต็มมันเนย หนังโคกระบือทั้งตัวฟอกแบบอื่น และตกแต่ง โดยในช่วงสามไตรมาสของปีนี้ ปริมาณการนำเข้ากากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 แต่ปริมาณการนำเข้านมผงขาดมันเนยและนมผงเต็มมันเนย ลดลงร้อยละ 8 เท่ากัน สำหรับสินค้าปศุสัตว์ส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด 5 ลำดับแรก คือ เนื้อไก่ปรุงแต่ง เนื้อเป็ดปรุงแต่ง นมข้นหวานสูตรแปลงไขมัน หนังโคกระบือสภาพแห้งฟอกแบบอื่น  และ นมข้นจืด  เนื่องจากภาวะการผลิตสัตว์ปีกเริ่มเป็นปกติภายหลังผ่านการเกิดโรคไข้หวัดนก ระบาดในไทยแต่ยังอยู่ในระหว่างการเฝ้าระวัง ทำให้ปริมาณการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น และยังคงเป็นการส่งออกเนื้อที่แปรรูป ทั้งนี้ปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ปรุงเต่งและเนื้อเป็ดปรุงเต่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และเพิ่มขึ้นร้อยละ ตามลำดับ 14 ตามลำดับ ในขณะที่ปริมาณการส่งออกนมข้นหวาน(สูตรแปลงไขมัน) และ นมข้นจืด ลดลงร้อยละ 1.5 และ ลดลงร้อยละ 12  ตามลำดับ สำหรับหนังโคกระบือสภาพแห้งฟอกแบบอื่น เป็นการ Re-Export รายละเอียดตามตารางต่อไปนี้

    Image
  • ปัจจัยที่มีผลต่อการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างประเทศ     
               
                  1.  ความสามารถในการควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนก ถึงแม้ว่าในปี 2549 จะมีประกาศเกิดโรคไข้หวัดนกรอบที่ 4 (24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ) แต่จุดที่เกิดโรคมีเพียง 2 จังหวัด 2 อำเภอ และ 2 ตำบลเท่านั้น และ ปัจจุบัน ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ยังไม่มีรายงานพบโรคไข้หวัดนกเป็นเวลา 110 วัน เนื่องจากมีการใช้นโยบายด้านบริหารจัดการที่เน้นรูปแบบบูรณาการ ป้องกันโรคแบบเชิงรุก รวมทั้งนโยบายการเฝ้าระวังและควบคุมโรคด้วยวิธีการ X-Ray ทุกพื้นที่ทั่วประเทศปีละ สองครั้ง(เดือนกุมภาพันธุ์และกรกฎาคม) นำระบบ GIS มา ใช้วิเคราะห์สาเหตุ นอกจากนั้นยังมีนโยบายด้านประชาสัมพันธ์ ด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนา ด้านการปรับระบบการเลี้ยงสัตว์ปีก(ไก่พื้นเมือง/ไก่ชน ,เป็ดไล่ทุ่ง) ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ และในปี 2549 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 425.272 ล้านบาทเพื่อใช้ในการควบคุมโรคไข้หวัดนก

                   2. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ อัตรา แลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ย 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ เป็น 38.38 บาทต่อเหรียญดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีค่า 40.02 เหรียญดอลลาร์ หรือแข็งค่าขึ้นร้อยละ 4.08 จากปีก่อน ซึ่งค่าเงินที่แข็งขึ้นดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคในการขยายตลาดส่งออกสินค้าปศุ สัตว์ของไทยในปีนี้และปีหน้าถ้าค่าเงินยังคงแข็งอยู่เช่นนี้  

                   3. ความต้องการของประเทศผู้นำเข้า ภาวะ เศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์ของไทยยังคงมีอัตราเติบโตในปีนี้ โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรปเป็นร้อยละ 2.6 ของประเทศญี่ปุ่นเป็นร้อยละ 2.5 และของอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะชะลอ ตัวลง ทั้งนี้ เศรษฐกิจของจีนจะขยายตัวร้อยละ 10.2 ส่วนภาวะเศรษฐกิจของมาเลเซียและฟิลิปปินส์เติบโตร้อยละ 5.9 และ 5.5  ตามลำดับ ดังนั้นยังคงมีความต้องการของประเทศผู้นำเข้าเพิ่มขึ้น 

                   4. ภาวะการผลิตและการตลาดสินค้าปศุสัตว์ภายในประเทศ
                               
                              4.1 การผลิต
                                         เนื้อสัตว์
                                       สำนักงานเศรษฐกิจการ เกษตรคาดว่าในปี 2549 ปริมาณการผลิตสุกรทั้งหมดของไทยเป็น 19.020 ล้านตัว คิดเป็นเนื้อสุกร 1.427 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีปริมาณการผลิต 1.372 ล้านตันหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 สำหรับการผลิตเนื้อไก่ คาดว่าปริมาณการผลิตไก่เนื้อเป็น 985.068 ล้านตัวหรือ คิดเป็นเนื้อไก่ 1.136 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 20 โดยปริมาณการผลิตขึ้นอยู่กับการขยายตสาดส่งออก ทั้งนี้ปี 2549 กำหนดเป้าหมายการส่งออกเนื้อไก่ 3.5 แสนตัน
                                       น้ำนมดิบ
                                       กรมปศุ สัตว์รายงานข้อมูลปริมาณการผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยในปี 2549 เป็นวันละ 1,866 ตัน ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีปริมาณการผลิต 2,119 ตัน ปัจจัยนี้จะเป็นการสร้างความต้องการนำเข้านมผงจากต่างประเทศเพื่อใช้ผลิต ผลิตภัณฑ์นมภายในประเทศ ยกเว้นผลิตภัณฑ์นมบางตัวที่ต้องใช้น้ำนมดิบเป็นวัตถุดิบ ได้แก่ โยเกิร์ต และ เนยแข็ง ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน
                                      ไข่           
                                      คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติประมาณการปริมาณการผลิตไข่ไก่ปี 2549 เป็น 10,072 ล้านฟอง เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีปริมาณการผลิต 9,865 ล้านฟอง ซึ่งส่งผลต่อระดับราคาไข่ไก่ในปี 2549 ให้มีความผันผวน และมีทิศทางปรับลดลง ผู้ประกอบการต้องแก้ปัญหาด้วยการส่งออกไข่สดให้เพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณการ ผลิตภายในประเทศ และ เร่งส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ เพื่อดึงราคาขายไข่ไก่ภายในประเทศไม่ให้ลดลง           

                           4.2  ต้นทุนการผลิต
                                 อาหารสัตว์เป็นต้นทุนการผลิต ที่สำคัญ โดยในปี 2549 ราคาขายส่ง(เงินสด)ของอาหารสัตว์สำเร็จรูปในตลาดกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นทุกชนิดตามต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ อาหารสุกรขุน และ อาหารไก่เล็ก-ไข่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.84 และ ร้อยละ 22.15 ตามลำดับ ส่วนราคาอาหารสุกรรุ่นและสุกรเล็ก ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.92 และ 20.89 ตามลำดับ สำหรับราคาอาหารไก่รุ่น-เนื้อ ปรับเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด ร้อยละ 9.03 สำหรับราคาอาหารข้นที่ใช้เลี้ยงโคนม จากการสุ่มถามสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมภาคต่าง ๆ ของประเทศ พบว่า อาหารข้นที่สหกรณ์เป็นผู้ผลิตเองราคายังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน แต่อาหารข้นที่สหกรณ์รับซื้อมาจากบริษัทเพื่อขายต่อให้สมาชิก ราคาปรับเพิ่มขึ้น  

                             4.3 ราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้
                                  สินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขาย ได้ในราคาที่แพงขึ้นจากปี 2548 ได้แก่ โคเนื้อและกระบือมีชีวิต โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.67 และ 7.21 ตามลำดับ แต่ราคาสุกรขุน ไก่รุ่นพันธุ์เนื้อราคาลดลง ร้อยละ 3.02 และ 14.49 ตามลำดับ เช่นเดียวกับราคาไข่ไก่สดคละและราคาไข่เป็ดคละที่ลดลงร้อยละ 19.91 และ 20.26 ตามลำดับ ในขณะที่ราคาน้ำนมดิบที่เกษตรกรขายได้ลดลงร้อยละ 2.75 แสดงการเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้และการเคลื่อน ไหวของราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ในปี 2549 ตามรูปกราฟต่อไปนี้

    Image
    Image
                                 จากรูปกราฟดังกล่าว ราคาไก่รุ่นพันธุ์เนื้อที่เกษตรกรขายได้ปรับลดลง เนื่องจากภาวะตลาดเนื้อไก่ภายในประเทศที่ราคาปรับลดลงตามปริมาณเนื้อไก่ส่วน เกินภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น  

                           4.4  ราคาขายส่งและขายปลีกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เฉลี่ยในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2549
                                       สุกร
                                       ราคาลูกสุกรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวละ 1,329.61 บาท แต่ราคาขายส่งสุกรชำแหละทั่วไปลดลงร้อยละ 2.91 เป็น กิโลกรัมละ 54.71 บาท ในขณะที่ราคาขายปลีกเนื้อสุกรค่อนข้างมีเสถียรภาพ เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเท่านั้น โดยราคาเนื้อสันนอกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 97.13 บาท ราคาเนื้อสันในเฉลี่ยกิโลกรัมละ 101.34 และ ราคาเนื้อหัวไหล่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 95.69 บาท·       
                                       ไก่ไข่
                                       ราคาลูกไก่ไข่ที่เกษตรกรซื้อเข้าเลี้ยงในฟาร์มลดลงร้อยละ 13.5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวละ 14.43 บาท ในขณะที่ราคาขายส่งไข่ไก่คละลดลงถึงร้อยละ 29.03 เหลือฟองละ 1.61 บาท สำหรับราคาขายปลีกไข่ไก่ทุกขนาดลดลงร้อยละ 13 – 24 โดยไข่ไก่เบอร์ 4 ลดลงมากที่สุด เหลือฟองละ 2.05 บาท สำหรับเบอร์ 0 – 3 เหลือฟองละ 2.75 บาท ฟองละ 2.44 บาท ฟองละ 2.16 บาท ตามลำดับ และ เบอร์ 5 เหลือฟองละ 1.95 บาท ·      
                                      ไก่เนื้อ
                                      ราคาลูกไก่เนื้อ (ซีพี)  ลดลงร้อยละ 30.45 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เหลือตัวละ 8.48 บาท ตามภาวะราคาขายส่งไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มและหน้าโรงฆ่าที่ลดลงร้อยละ 10.85 และ ร้อยละ 17.14 ตามลำดับ เหลือกิโลกรัมละ 24.97 บาท และ 26.56 บาท ตามลำดับ ส่วนราคาขายส่งไก่สดรวมเครื่องในปรับลดลงเช่นกัน ร้อยละ 17.04 เหลือกิโลกรัมละ 36.23 บาท ทิศทางราคาดังกล่าวเป็นผลดีต่อต้นทุนในการแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออก ซึ่งอาจจะทดแทนค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น ทำให้สามารถการแข่งขันในตลาดโลกได้ สำหรับภาวะราคาขายปลีกไก่สดทั้งตัวชนิดรวมเครื่องในและไม่รวมเครื่องในลดลง ร้อยละ 8 และ ร้อยละ 7 ตามลำดับ แต่ราคาขายปลีกชิ้นส่วนไก่เนื้อทั้งชนิดสันใน และ เนื้อล้วน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 แล 4 ตามลำดับ ในขณะที่ชิ้นส่วนเนื้อไก่ติดกระดูก (ตะโพก,น่อง,ปีกเต็ม,ปีกบน) ลดลงร้อยละ 7 ร้อยละ 11 และร้อยละ 12 ตามลำดับ เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้
                                      โค กระบือ
                                     ราคาโคและราคากระบือมีชีวิตขายส่ง ยังคงไม่เสถียรภาพไม่ปรับเพิ่มหรือลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นกิโลกรัมละ 52.50 บาท และ 50.50 บาท ตามลำดับ ส่วนราคาขายส่งเนื้อโคและเนื้อกระบือยังคงเท่ากับปีก่อน ราคากิโลกรัมละ 96 บาท และ กิโลกรัมละ 94 บาท ตามลำดับ เช่นเดียวกันราคาขายปลีกเนื้อโคและเนื้อกระบือที่ไม่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยราคาเนื้อโคและกระบือสันใน กิโลกรัมละ 185 บาท  และราคาเนื้อโคกระบือธรรมดากิโลกรัมละ 117.5 บาท

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง
    1. ธนาคารแห่งประเทศไทย.ข่าวธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับที่29/2549.(www.bot.or.th)
    2.ธนาคารแห่งประเทศไทย. ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ .(www.bot.or.th)
    3. กรมศุลกากร.สถิติการนำเข้าและส่งออก. (www.customs.go.th)
    4.กรมการค้าภายใน.(www.dit.go.th)
    5. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(www.oae.go.th)
    6. คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติ (เอกสารการประชุมหารือ วันที่ 31 สิงหาคม 2549)

    โดย กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
    วันที่เผยแพร่ 10 มกราคม 2007