ปัจจัยที่มีผลต่อการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างประเทศ 1. ความสามารถในการควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนก ถึงแม้ว่าในปี 2549 จะมีประกาศเกิดโรคไข้หวัดนกรอบที่ 4 (24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ) แต่จุดที่เกิดโรคมีเพียง 2 จังหวัด 2 อำเภอ และ 2 ตำบลเท่านั้น และ ปัจจุบัน ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ยังไม่มีรายงานพบโรคไข้หวัดนกเป็นเวลา 110 วัน เนื่องจากมีการใช้นโยบายด้านบริหารจัดการที่เน้นรูปแบบบูรณาการ ป้องกันโรคแบบเชิงรุก รวมทั้งนโยบายการเฝ้าระวังและควบคุมโรคด้วยวิธีการ X-Ray ทุกพื้นที่ทั่วประเทศปีละ สองครั้ง(เดือนกุมภาพันธุ์และกรกฎาคม) นำระบบ GIS มา ใช้วิเคราะห์สาเหตุ นอกจากนั้นยังมีนโยบายด้านประชาสัมพันธ์ ด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนา ด้านการปรับระบบการเลี้ยงสัตว์ปีก(ไก่พื้นเมือง/ไก่ชน ,เป็ดไล่ทุ่ง) ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ และในปี 2549 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 425.272 ล้านบาทเพื่อใช้ในการควบคุมโรคไข้หวัดนก
2. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ อัตรา แลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ย 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ เป็น 38.38 บาทต่อเหรียญดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีค่า 40.02 เหรียญดอลลาร์ หรือแข็งค่าขึ้นร้อยละ 4.08 จากปีก่อน ซึ่งค่าเงินที่แข็งขึ้นดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคในการขยายตลาดส่งออกสินค้าปศุ สัตว์ของไทยในปีนี้และปีหน้าถ้าค่าเงินยังคงแข็งอยู่เช่นนี้
3. ความต้องการของประเทศผู้นำเข้า ภาวะ เศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์ของไทยยังคงมีอัตราเติบโตในปีนี้ โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรปเป็นร้อยละ 2.6 ของประเทศญี่ปุ่นเป็นร้อยละ 2.5 และของอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะชะลอ ตัวลง ทั้งนี้ เศรษฐกิจของจีนจะขยายตัวร้อยละ 10.2 ส่วนภาวะเศรษฐกิจของมาเลเซียและฟิลิปปินส์เติบโตร้อยละ 5.9 และ 5.5 ตามลำดับ ดังนั้นยังคงมีความต้องการของประเทศผู้นำเข้าเพิ่มขึ้น
4. ภาวะการผลิตและการตลาดสินค้าปศุสัตว์ภายในประเทศ 4.1 การผลิต เนื้อสัตว์ สำนักงานเศรษฐกิจการ เกษตรคาดว่าในปี 2549 ปริมาณการผลิตสุกรทั้งหมดของไทยเป็น 19.020 ล้านตัว คิดเป็นเนื้อสุกร 1.427 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีปริมาณการผลิต 1.372 ล้านตันหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 สำหรับการผลิตเนื้อไก่ คาดว่าปริมาณการผลิตไก่เนื้อเป็น 985.068 ล้านตัวหรือ คิดเป็นเนื้อไก่ 1.136 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 20 โดยปริมาณการผลิตขึ้นอยู่กับการขยายตสาดส่งออก ทั้งนี้ปี 2549 กำหนดเป้าหมายการส่งออกเนื้อไก่ 3.5 แสนตัน
น้ำนมดิบ
กรมปศุ สัตว์รายงานข้อมูลปริมาณการผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยในปี 2549 เป็นวันละ 1,866 ตัน ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีปริมาณการผลิต 2,119 ตัน ปัจจัยนี้จะเป็นการสร้างความต้องการนำเข้านมผงจากต่างประเทศเพื่อใช้ผลิต ผลิตภัณฑ์นมภายในประเทศ ยกเว้นผลิตภัณฑ์นมบางตัวที่ต้องใช้น้ำนมดิบเป็นวัตถุดิบ ได้แก่ โยเกิร์ต และ เนยแข็ง ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน
ไข่ คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติประมาณการปริมาณการผลิตไข่ไก่ปี 2549 เป็น 10,072 ล้านฟอง เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีปริมาณการผลิต 9,865 ล้านฟอง ซึ่งส่งผลต่อระดับราคาไข่ไก่ในปี 2549 ให้มีความผันผวน และมีทิศทางปรับลดลง ผู้ประกอบการต้องแก้ปัญหาด้วยการส่งออกไข่สดให้เพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณการ ผลิตภายในประเทศ และ เร่งส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ เพื่อดึงราคาขายไข่ไก่ภายในประเทศไม่ให้ลดลง
4.2 ต้นทุนการผลิต อาหารสัตว์เป็นต้นทุนการผลิต ที่สำคัญ โดยในปี 2549 ราคาขายส่ง(เงินสด)ของอาหารสัตว์สำเร็จรูปในตลาดกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นทุกชนิดตามต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ อาหารสุกรขุน และ อาหารไก่เล็ก-ไข่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.84 และ ร้อยละ 22.15 ตามลำดับ ส่วนราคาอาหารสุกรรุ่นและสุกรเล็ก ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.92 และ 20.89 ตามลำดับ สำหรับราคาอาหารไก่รุ่น-เนื้อ ปรับเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด ร้อยละ 9.03 สำหรับราคาอาหารข้นที่ใช้เลี้ยงโคนม จากการสุ่มถามสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมภาคต่าง ๆ ของประเทศ พบว่า อาหารข้นที่สหกรณ์เป็นผู้ผลิตเองราคายังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน แต่อาหารข้นที่สหกรณ์รับซื้อมาจากบริษัทเพื่อขายต่อให้สมาชิก ราคาปรับเพิ่มขึ้น
4.3 ราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ สินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขาย ได้ในราคาที่แพงขึ้นจากปี 2548 ได้แก่ โคเนื้อและกระบือมีชีวิต โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.67 และ 7.21 ตามลำดับ แต่ราคาสุกรขุน ไก่รุ่นพันธุ์เนื้อราคาลดลง ร้อยละ 3.02 และ 14.49 ตามลำดับ เช่นเดียวกับราคาไข่ไก่สดคละและราคาไข่เป็ดคละที่ลดลงร้อยละ 19.91 และ 20.26 ตามลำดับ ในขณะที่ราคาน้ำนมดิบที่เกษตรกรขายได้ลดลงร้อยละ 2.75 แสดงการเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้และการเคลื่อน ไหวของราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ในปี 2549 ตามรูปกราฟต่อไปนี้

จากรูปกราฟดังกล่าว ราคาไก่รุ่นพันธุ์เนื้อที่เกษตรกรขายได้ปรับลดลง เนื่องจากภาวะตลาดเนื้อไก่ภายในประเทศที่ราคาปรับลดลงตามปริมาณเนื้อไก่ส่วน เกินภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
4.4 ราคาขายส่งและขายปลีกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เฉลี่ยในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2549
สุกร ราคาลูกสุกรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวละ 1,329.61 บาท แต่ราคาขายส่งสุกรชำแหละทั่วไปลดลงร้อยละ 2.91 เป็น กิโลกรัมละ 54.71 บาท ในขณะที่ราคาขายปลีกเนื้อสุกรค่อนข้างมีเสถียรภาพ เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเท่านั้น โดยราคาเนื้อสันนอกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 97.13 บาท ราคาเนื้อสันในเฉลี่ยกิโลกรัมละ 101.34 และ ราคาเนื้อหัวไหล่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 95.69 บาท·
ไก่ไข่ ราคาลูกไก่ไข่ที่เกษตรกรซื้อเข้าเลี้ยงในฟาร์มลดลงร้อยละ 13.5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวละ 14.43 บาท ในขณะที่ราคาขายส่งไข่ไก่คละลดลงถึงร้อยละ 29.03 เหลือฟองละ 1.61 บาท สำหรับราคาขายปลีกไข่ไก่ทุกขนาดลดลงร้อยละ 13 – 24 โดยไข่ไก่เบอร์ 4 ลดลงมากที่สุด เหลือฟองละ 2.05 บาท สำหรับเบอร์ 0 – 3 เหลือฟองละ 2.75 บาท ฟองละ 2.44 บาท ฟองละ 2.16 บาท ตามลำดับ และ เบอร์ 5 เหลือฟองละ 1.95 บาท ·
ไก่เนื้อ ราคาลูกไก่เนื้อ (ซีพี) ลดลงร้อยละ 30.45 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เหลือตัวละ 8.48 บาท ตามภาวะราคาขายส่งไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มและหน้าโรงฆ่าที่ลดลงร้อยละ 10.85 และ ร้อยละ 17.14 ตามลำดับ เหลือกิโลกรัมละ 24.97 บาท และ 26.56 บาท ตามลำดับ ส่วนราคาขายส่งไก่สดรวมเครื่องในปรับลดลงเช่นกัน ร้อยละ 17.04 เหลือกิโลกรัมละ 36.23 บาท ทิศทางราคาดังกล่าวเป็นผลดีต่อต้นทุนในการแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออก ซึ่งอาจจะทดแทนค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น ทำให้สามารถการแข่งขันในตลาดโลกได้ สำหรับภาวะราคาขายปลีกไก่สดทั้งตัวชนิดรวมเครื่องในและไม่รวมเครื่องในลดลง ร้อยละ 8 และ ร้อยละ 7 ตามลำดับ แต่ราคาขายปลีกชิ้นส่วนไก่เนื้อทั้งชนิดสันใน และ เนื้อล้วน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 แล 4 ตามลำดับ ในขณะที่ชิ้นส่วนเนื้อไก่ติดกระดูก (ตะโพก,น่อง,ปีกเต็ม,ปีกบน) ลดลงร้อยละ 7 ร้อยละ 11 และร้อยละ 12 ตามลำดับ เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้
โค กระบือ ราคาโคและราคากระบือมีชีวิตขายส่ง ยังคงไม่เสถียรภาพไม่ปรับเพิ่มหรือลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นกิโลกรัมละ 52.50 บาท และ 50.50 บาท ตามลำดับ ส่วนราคาขายส่งเนื้อโคและเนื้อกระบือยังคงเท่ากับปีก่อน ราคากิโลกรัมละ 96 บาท และ กิโลกรัมละ 94 บาท ตามลำดับ เช่นเดียวกันราคาขายปลีกเนื้อโคและเนื้อกระบือที่ไม่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยราคาเนื้อโคและกระบือสันใน กิโลกรัมละ 185 บาท และราคาเนื้อโคกระบือธรรมดากิโลกรัมละ 117.5 บาท
แหล่งข้อมูลอ้างอิง 1. ธนาคารแห่งประเทศไทย.ข่าวธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับที่29/2549.(www.bot.or.th)
2.ธนาคารแห่งประเทศไทย. ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ .(
www.bot.or.th)
3. กรมศุลกากร.สถิติการนำเข้าและส่งออก. (
www.customs.go.th)
4.กรมการค้าภายใน.(
www.dit.go.th)
5. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(
www.oae.go.th)
6. คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติ (เอกสารการประชุมหารือ วันที่ 31 สิงหาคม 2549)
โดย กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
วันที่เผยแพร่ 10 มกราคม 2007